“อนุสรณ์” ชี้ เสียบบัตรแทนกัน อาจไม่ได้มีกรณีเดียว อัด “ประยุทธ์” ถ้าแก้ปัญหาฝุ่นไม่ได้ อย่าเป็นเลยนายกฯ


(21 ม.ค. 63) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 ว่า หลักฐานของนายนิพิฏ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ร้อง ถือว่าชัดเจน นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ผู้ถูกร้อง ก็ออกมารับสารภาพแล้วว่าไม่อยู่ในสภาจริง กรณีของนายฉลอง อาจไม่ใช่กรณีเดียว อาจมี ส.ส. พรรครัฐบาลเดินทางไปต่างประเทศ แต่มีการเสียบบัตรแทนกันในสภาเพิ่มอีก ถ้าประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากในภายหลัง มีการส่งเรื่องร้องตีความ จนกระบวนการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ดังกล่าว กลายเป็นโมฆะ จะเกิดสุญญากาศขึ้นมาทันที หลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลต้องลาออกอย่างเดียว สังเกตว่าช่วงนี้ มีการแฉกันไปมาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แม้แต่ในพรรคเดียวกันอย่างกรณีแชทไลน์หลุด ถ้าไม่มีคำตอบให้กับประชาชน เรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาลมากยิ่งขึ้น

“สนิมเกิดจากเนื้อใน ได้อำนาจมาจากกติกาที่บิดเบี้ยว ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 ไม่ควรปล่อยผ่าน ทั้งที่มีข้อกังขา ควรดำเนินการให้ถูกต้อง ตรงไปตรงมา เวลาของรัฐบาลเหลือน้อยลงทุกขณะแล้ว”
 
นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 เกิดจากประชาชน ขอความร่วมมืองดเผา ใครรู้ว่าเสี่ยงก็ควรใส่หน้ากาก ว่า ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วทำได้แค่นี้ อย่าเป็นเลยนายกฯ ปัญหาแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นในมุมมอง พล.อ.ประยุทธ์ ผู้มีเซลล์สมอง 84,000 เซลล์ ส่วนใหญ่โทษว่าเป็นเพราะคนอื่น ประชาชนรู้สึกถูกลอยแพ มีการปิดบังข้อมูลคุณภาพอากาศ ส่วนราชการหมกเม็ดข้อมูล ไม่ยอมรับสภาพปัญหาที่แท้จริงว่าวิกฤตรุนแรงแล้ว มีกฎหมายในมือแต่ไม่กล้าบังคับใช้ ล้างสมองให้ประชาชนเชื่อว่าปัญหานี้ไม่จริง ไม่รุนแรง ตื่นตูมไปเอง ด้วยเหตุนี้ แฮชแท็ก #เบื่อนายก จึงขึ้นอันดับ 1 มาแล้ว คนไทยรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยากเป็นนายกฯนานๆ แต่ถ้าอยู่แล้วไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้ดีขึ้นก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 คุกคามคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างหนัก กรุงเทพทะยานสู่ Top 5 ของโลก เชียงใหม่ ก็กำลังตามมา อย่าคิดว่า แค่ฝุ่นเข้าตา ฝุ่นพิษ กำลังคุกคามชีวิตประชาชน ไม่น่าเชื่อว่า เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่การใช้ชีวิตให้รอดพ้นจากมลพิษต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง อยากได้น้ำมาทำการเกษตรต้องจ่ายเงินซื้อน้ำ อยากได้อากาศที่ดีต้องควักกระเป๋าซื้อเครื่องฟอกอากาศเอง

“น้ำลาย พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ไม่ได้ พูดให้น้อย ทำให้มาก แม้แต่การแจกหน้ากากป้องกัน ยังปล่อยให้เป็นภาระของพรรคฝ่ายค้าน จะเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้อย่างไร”