นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอญัตติขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษา MOU 43 และ 44 เพื่อนำข้อเสนอส่งให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป

ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 โดยนายนพดลได้กล่าวว่าโดยเรื่อง MOU43 คือเรื่องการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก และเซ็นโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จัดทำขึ้นสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ปี 43  ส่วน MOU44 เซ็นโดย ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย สมัยรัฐบาลไทยรักไทย เมื่อปี 2544 

.

ประเด็นแรก ที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า MOU สองฉบับนั้นเป็นแค่บันทึกความเข้าใจหรือสนธิสัญญา? ซึ่งกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เคยบอกว่า MOU เป็นสนธิสัญญาตามอนุสัญญาเจนิวา จึงมีพันธกรณีในการดำเนินการตามเงื่อนไขของ MOU ทั้งสองฉบับ ดังนั้น สรุปว่า MOU ทั้งสองฉบับ ไม่ใช่แค่บันทึกความเข้าใจ

.

ประเด็นถัดมา มีคำถามชวนคิดว่า ที่มีคนบอกว่า MOU 43  ที่ว่ามันแย่ น่ารังเกียจ ต้องยกเลิก ทำให้หวนคิดกลับไปถึงคนลงนามในขณะนั้นคือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รมช.การต่างประเทศ โดยมีรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศคือนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ และมีการลงนามสมัยนายชวน หลีกภัย ที่ขึ้นชื่อเรี่องความซื่อสัตย์ สุจริต ซึ่งก็ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า MOU ที่ลงนามในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงลงนาม ซึ่งผมก็ไม่มีข้อสงสัยใดเลย   

.

และที่สำคัญ ต้องบอกไว้เลยว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนไหนจะสามารถลงนามในเอกสารได้โดยไม่ผ่านตาผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศได้ รัฐมนตรีไม่สามารถไปสั่งข้าราชการกระทรวงฯ ให้ทำตามคำสั่งซ้ายหันขวาหันทำไม่ได้ 

.

นอกจากนี้ แล้วถ้า MOU 43 ไม่ดี ทำไมทุกรัฐบาลที่ผ่านมาหลังจากปี 44 ตั้งแต่นายกฯ ทุกคนเรียงมาหลังจากนั้น จนปัจจุบันตลอด 25 ปี ไม่มีใครคิดจะยกเลิก มันผ่านสายตา 10 นายกรัฐมนตรีได้อย่างไร 

.

ถ้า MOU43แย่จริง หลังรัฐประหารปี 57 ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่าง MOU43 ดังกล่าว ซึ่งผลในขณะนั้นก็คือ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเห็นว่า MOU43 นั้นมีประโยชน์มากกว่า จึงไม่ยกเลิก และตลอด 8 ปี หลังรัฐประหาร และคนที่ประธานการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา ก็คือพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ ดังนั้น การที่สภาแห่งนี้ ได้มาตั้งญัตติเพื่อมาร่วมคิดพิจารณาจึงเป็นสิ่งที่ดี เอาอารมณ์ไว้ข้างนอก แต่เอาเหตุผลไว้ข้างใน  

.

การแก้ไขปัญหาในโลกนี้ มีแค่ 2 ทางในโลก คือเอากองทัพไปยึดมา หรือการเจรจาอย่างสันติวิธี ทั่วโลกใช้วิธีการเจรจา ไม่ว่าสงครามโลกถึงสงครามยูเครนก็มาจบที่เจรจา และการเจรจาทางการทูตต้องมีกรอบในการเจรจา ซึ่งนี่ก็คือการใช้ MOU43 เป็นกรอบในการเจรจา มีข้อดีอย่างแรกคือมีคณะกรรมการ JBC เป็นคณะกรรมการเขตแดนร่วมทำหน้าที่เป็นกลไกเจรจา ไปเจรจาว่าเขตแดนอยู่ตรงไหนอะไร อุปมาเหมือนรั้วบ้านเรา ถ้ารังวัดแล้ว รั้วชัด โฉนดชัด รังวัดชัด รู้เลยว่าเป็นของใคร  อันนี้หน้าที่ของคณะกรรมการ JBC 

.

ข้อดีถัดมาตามเงื่อนไข MOU43 ระหว่างที่แต่ละฝ่ายอ้างพื้นที่เส้นหนึ่ง อีกฝ่ายอ้างอีกเส้นหนึ่งไม่ตรงเกิดการทับซ้อนกัน เขาเรียกพื้นที่ตรงนั้นว่า “พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน” เขามีกฎไว้เลยว่า ในพื้นที่ทับซ้อนจะต้องไม่ไปเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ดังนั้นจะห้ามไม่ให้สร้างบ้านพัก โรงเรียนใดๆ ในที่ดังกล่าว   

.

เมื่อเกิดการละเมิดขึ้นมา ก็จะเห็นตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่า จะมีการประท้วง หลายคนบอกว่า แล้วจะประท้วงไปทำไมเสียเวลา คำตอบก็คือ การประท้วงคือการป้องกันเพื่อไม่ให้ถูกอ้างว่าเรายอมรับพื้นที่นั้น เราป้องกันไม่ให้ถูกกฎหมายปิดปาก ที่มีหลักการว่าการไม่ท้วงคือยอมรับ

.

ข้อดีถัดมาของ MOU43 ข้อถัดมาคือ ถ้ามีปัญหาเรื่องดินแดนต้องมาเจรจาทั้งสองฝ่าย นี่คือการบีบให้กัมพูชาต้องมาเจรจาเท่านั้น จะยกระดับความขัดแย้งไปศาลโลกไม่ได้ ดังตัวอย่างที่เราเห็นว่ากัมพูชาจะยกระดับปัญหาปราสาททั้ง 3 แห่งฯลฯ ทั้งหลายไปฟ้องศาลโลก แต่ไทยแถลงการณ์ชัดตามข้อกฎหมาย ว่าไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก เมื่อไม่มีความยินยอมของไทย กัมพูชาก็ทำไรต่อไม่ได้นี่คือข้อดี

.

ข้อดีต่อมา แม้กัมพูชาจะยกไปศาลโลกไม่ได้ ก็ยังพยายามยกระดับไปเป็นประเด็นบนเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่เวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็ปฏิเสธ แล้วก็วนกลับมาหลักการเดิมคือ ให้ไทยกับกัมพูชาไปคุยกันเอง ก็ทำให้ความพยายามของก้มพูชาไร้ผล 

.

ส่วนอีกประเด็นที่กล่าวกันคือ MOU43 ไปยอมรับแผนที่ระวาง 1:200,000 ในความจริงคือ ไม่มี ไม่มีทั้งในกระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร ไม่ได้ไปยอมรับแผนที่ 1:200,000  แต่ทุกหน่วยงานของไทย ต่างล้วนใช้และยอมรับ แผนที่ 1:50,000 เท่านั้น

.

คำถามต่อมาคือ ถ้ายกเลิก MOU43 จะมีข้อเสียอย่างไร 

.

ข้อแรก ถ้ายกเลิก MOU43 ทิ้งไป ก็จะทำให้การเจรจาเขตแดนไม่มีกรอบขอบเขตในการเจรจาอะไรเลย  เท่ากับเซตซีโร่ แล้วไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ต้องมาตั้งคณะกรรมการใหม่ คุยกันใหม่ว่า จะเริ่มต้นอย่างไร นั้นคือปัญหาแรก

.

ปัญหาสอง เราจะห้ามไม่ให้กัมพูชา ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมไม่ได้ เพราะถ้ากัมพูชามาสร้างวัด สร้างโรงเรียน หรือสร้างตลาดเราห้ามเขาไม่ได้ วิธีทำอย่างเดียวคือเราประท้วงไม่ได้แล้ว แต่อาจจะต้องใช้กำลังทหารผลักดันออกไปซึ่งโอกาสที่จะมีการปะทะ ต่อสู้ก็เป็นไปได้

.

ปัญหาสาม โอกาสที่เราจะบีบบังคับให้กัมพูชามานั่งโต๊ะเจรจา จะหายไปทันที กัมพูชาจะหนีไปเวทีโลกท้นที ขนาดมี MOU43 เขายังพยายามไปศาลโลกให้ได้ ถ้าไม่มี  MOU43 ท่านเดาได้เลย กัมพูชาจะต้องพยายามยกระดับความขัดแย้งเรื่องเขตแดนให้สูงและหาพวกในเวทีโลกซึ่งอันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราพึงปรารถนา MOU 43 เป็นสนธิสัญญาที่ทำให้ไทยได้เปรียบ 

.

ส่วน MOU 44 นั้น  ไทยประกาศไหล่ทวีปปี 2516 กัมพูชาประกาศปี 2515 และมีพื้นที่ทับซ้อนกัน และแผนที่อ้างสิทธิทับซ้อน ไทย-กัมพูชา ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจะไปสำรวจใต้เขตใหล่ทวีปไม่ได้ คือหมายความว่าจะเข้าพื้นที่ไม่ได้ 

.

ส่วนประเด็นเรื่องแผนที่แนบท้ายเท่ากับเรายอมรับ จริงแล้วไม่ใช่ เพราะในแผนที่นั้นมีทั้งแผนที่ของไทยและกัมพูชาอยู่ด้วยกัน และตั้งแต่ปี 44 ถึงปัจจุบัน ไทยและกัมพูชาต่างยืนยันสิทธิตนเอง จึงต้องไปเจรจากันต่อไป 

.

แต่ถ้ายกเลิก MOU44 ผลตามมาคือ

.

-การอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนก็จะยังคงอยู่ ไทยก็อ้างเส้นไทย กัมพูชาก็อ้างกัมพูชา

.

-พื้นที่อ้างสิทธิ 2 หมื่นตารางกิโลเมตรก็ยังคงอยู่

.

-ตามกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ บังคับให้ไทยและกัมพูชาไปเจรจากันโดยสุจริต เพื่อบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรม 

.

-กัมพูชาไม่มีพันธกรณีที่จะไปเจรจาแบ่งเขตทะเลและมาเจรจาพัฒนาร่วม หมายความว่า กัมพูชาไม่ผูกพันทั้งเรื่องแบ่งเขตทะเลและพัฒนาร่วมกันที่ต้องทำติดกันพร้อมกัน แต่เพราะมี MOU 44อยู่ จึงบีบบังคับกัมพูชาเอาไว้ว่าจะไม่สามารถคุยเรื่องผลประโยชน์ได้ถ้าไม่ตกลงเรื่องเขตแดนให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ซึ่งเป็นความชาญฉลาดของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเงื่อนไขมัดกัมพูชาไว้เช่นนั้น  เพราะฉะนั้น ที่คนไปใช้เฟกนิวส์ที่บอกว่า นายกฯ ทักษิณบอกว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ให้แบ่งกันคนละ 50/50 นั้นก็ไม่เป็นความจริง 

.

“ที่บอกว่าจะไปแบ่งเขตแดนหรือแบ่งปันผลประโยชน์งุบงิบโดยใครคนใดคนหนึ่งนั้นทำไม่ได้ 

เพราะบนบก จะต้องผ่านคณะกรรมการเขตแดนร่วม-JBC , ทางทะเล จะต้องไปผ่านคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค-JTC แล้วต้องผ่าน สภาความมั่นคงแห่งชาติ-สมช จากนั้น ต้องเป็นมติคณะรัฐมนตรี ต้องผ่านสภาผู้แทนและผ่านวุฒิสภา ดังนั้น พี่น้องจึงเห็นและสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา” นายนพดล กล่าว

.

#พรรคเพื่อไทย  #MOU43 #MOU44 #ไทยกัมพูชา