เวทีขอนแก่นคึกคัก ประชาชนแห่ฟังแน่นลานปราศรัย จิราพร เปิดเกมซัดการเมืองหลัง MOA ทำประเทศติดหล่ม รัฐบาลเสียงข้างน้อยบริหารล้มเหลว เอื้อแต้มต่อทางอำนาจ จุลพันธ์ ชูนโยบายใหม่ประกันกำไรเกษตรกร 30% แก้หนี้ ดันหวยเกษียณ ปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด ไม่จบไม่เลิก ณัฐวุฒิ ย้ำเพื่อไทยไม่เคยถอย ขอแรงหนุนเลือกผู้สมัครเบอร์ 5 เขต 4 และกาพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 เลือกเพื่อไทยให้ชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค 

6 ม.ค. 2569 เวลา 15.00 น. ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลกุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พี่น้องประชาชนราวหมื่นคนเนืองแน่นเต็มลานหน้าเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย  ซึ่งนำทีมโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และนางสาวจิราพร สินธุไพร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส. เขต 5 ร้อยเอ็ด  เบอร์ 6  พร้อมคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยนายรุ่งโรจน์ เย็นสบาย ผู้สมัคร สส. เขต 4 ขอนแก่น  เบอร์ 5 

นางสาวจิราพร สินธุไพร เริ่มต้นการปราศรัยโดยกล่าวถึงการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อที่พรรคเพื่อไทยได้รับมากที่สุดในจังหวัดขอนแก่น อยู่ที่เขต 4 แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ผู้สมัคร สส. เขตของพรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถปักธงที่เขต 4 ได้ 

“มาครั้งนี้เราได้ผู้สมัครรุ่นใหม่ ถอดด้าม คือ สจ.ฟลุ๊ค-รุ่งโรจน์ เย็นสบาย เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่นะพี่น้อง กำลังไฟแรงเป็นลูกไก่ตีพร้อม (หมายถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมลุย ไม่กลัวงาน ไม่กลัวศึก)  การันตีได้ว่า หากเป็นผู้แทนเขต 4 จะสามารถดูแลพี่น้องอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน”

จิราพร กล่าวต่อถึง สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมาว่า เป็นช่วงที่วิปริต เนื่องจากรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยได้จับมือทำข้อตกลง MOA กับพรรคประชาชน 

“เมื่อมีการทำ MOA ก็ทำให้เกิดฝ่ายค้านเสียงข้างหลาย และเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย ฝ่ายค้านเสียงข้างหลายส่วนหนึ่งกลายเป็นฝ่ายค้ำ แต่ค้ำกันไปค้ำกันมา รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้แก้ รัฐบาลก็ยุบสภาหนีการอภิปรายฯ สุดท้ายพี่น้องไม่ได้อะไรจากการทำ MOA เลย แต่สิ่งที่ได้มาคือ ทำให้พรรคภูมิใจไทยเข้าสู่อำนาจสร้างแต้มต่อทางการเมือง ปูทางสู่การเลือกตั้ง และเข้ามาจัดการคดีสำคัญอย่างคดีเขากระโดง และคดีฮั้ว สว.”

จิราพร กล่าวอีกว่า ขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้จัดการคดีของตัวเอง คดีของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร คนที่เคยทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากมีอยู่มีกินได้ก็ถูกจัดการเช่นกัน และตอนนี้ต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำคลองเปรม ส่วนอีกคดีก็ถูกสั่งยึดทรัพย์เพิ่มอีก 1.7 หมื่นล้านบาท

“มากกว่านั้น รัฐบาลภูมิใจไทยแม้เป็นรัฐบาลได้ 2 เดือนเศษ ก็ทำผลงานชิ้นโบว์แดงเอาไว้ คือการโยกย้ายข้าราชการไปอีกกว่า 400 คน ผู้ว่าฯ สงขลา ก่อนจะได้มาอยู่สงขลา ในหนึ่งเดือนถูกย้ายมาแล้ว 3 จังหวัด พอมาอยู่สงขลาเกิดน้ำท่วมใหญ่ ก็เป็นคนใหม่ในพื้นที่ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ แล้วรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยน้ำท่วมมา 5 วันเพิ่งจะตั้งวอร์รูมแก้ปัญหา ถือว่าเป็นรัฐบาลที่ใช้เวลาสั้นที่สุดที่พิสูจน์ให้เห็นว่าบริหารประเทศล้มเหลวมากที่สุด” จิราพร ย้ำถึงผลงานของรัฐบาลจาก MOA

จิราพร กล่าวถามมวลชนนับหมื่นคนที่มาฟังปราศรัยด้วยว่า ยังอยากให้พรรคภูมิใจไทยมาบริหารประเทศ และยังอยากให้อนุทินมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ หากไม่ต้องการก็ขอให้ปรบมือไล่พร้อมๆ กัน จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังก้องทั่วลานปราศรัย 

จิราพรย้ำว่า หากไม่อยากได้ มีวิธีเดียวคือ กาพรรคเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค ให้ชนะแบบเด็ดขาดเท่านั้น และหากไปเลือกพรรคอื่นก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้ใครมาเป็นนายก เนื่องจากพี่น้องบางคนเคยเลือกพรรคประชาชนมา แต่ก็ยังได้นายกฯ ชื่อ อนุทิน

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้กล่าวปราศรัยถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่า วันนี้มีนวัตกรรมทางนโยบายใหม่มานำเสนอให้พี่น้องเกษตรกร คือการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ โดยต่อจากนี้เกษตรกรไม่ว่าจะทำไร่กี่ครั้ง ทำนากี่ครา จะไม่มีวันขาดทุน และนอกจากนี้ยังมีแพ็คเก็จนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ 

จุลพันธ์ ยังกล่าวต่อถึงนโยบายสำคัญที่พรรคเพื่อไทยจะทำจริงจัง ไม่จบไม่เลิก คือการปราบปรามสแกมเมอร์ และยาเสพติด โดยเรื่องยาเสพติดนั้น หากจับได้ว่าใครเป็นผู้ค้ายา จะโดนยึดทรัพย์ทันที ส่วนเรื่องการบำบัด พรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนแนวทางการบำบัดโดยนำเอาตัวผู้ติดยาเสพติดออกมาจากชุมชน และนำมาบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดประจำจังหวัด

“เราจะดึงเอาภาระในการบำบัดยาเสพติดออกมาจากชุมชน ให้มาเป็นภาระของรัฐบาลแทน แล้วเราค่อยส่งเขากลับไปสู่สังคมเมื่อเขาพร้อม”

ส่วนเรื่องสแกมเมอร์ พรรคเพื่อไทยมีแนวทางในการสร้างกองทุนเพื่อเยียวยาเหยื่อที่ถูกหลอกลวง ขณะที่การจัดการปัญหาที่ต้นตอทั้งปัญหายาเสพติด และสแกมเมอร์ จุลพันธ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ต้นต่ออยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยจะดำเนินนโยบายให้โลกล้อมพวกเขา กดดันให้เขาเร่งจัดการปัญหาภายในประเทศตัวเองให้ได้ 

“เราต้องการเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาล เพื่อเข้าไปขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องเลือกฟลุ๊ค เบอร์ 5 ให้เป็น สส. และเลือกยศชนัน เบอร์ 9 ให้เป็นนายกรัฐมนตรี”

จุลพันธ์ กล่าวต่อด้วยว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยเปิดตัวยศชนันมาไม่ถึงครึ่งเดือนก็พบว่า มีกระแสตอบรับจากพี่น้องอย่างล้นหลาม เขาเติบโตมาในสายวิชาการ หลายพรรคการเมืองไปดีเบตกัน พบแต่การสาดโคลนกัน แต่ยศชนันตอบด้วยหลักการและเหตุผล วันนี้พรรคเพื่อไทยเราไม่ได้ต้องการมาเพื่อตีกับใคร พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการมาบอกว่าพรรคอื่นไม่ดีอย่างไร แต่เพื่อไทยมา เพราะต้องการบอกกับพี่น้องประชาชนว่า เรามีนโยบายอะไรที่จะทำให้กับพี่น้องประชาชน

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยได้ สส. ขอนแก่นยกจังหวัดมาหลายรอบ แต่รอบที่แล้วพลาดไปบางเขต จึงมาขอโอกาสให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัดอีกครั้ง และมั่นใจว่าผู้สมัครเบอร์ 5 ของพรรคเพื่อไทย จะไม่ทำหน้าที่ให้พี่น้องเขต 4 ผิดหวัง 

ณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยถูกกระทำให้ล้มลุกคลุกคลาน ก็จะมีพี่น้องประชาชนยื่นมือมาดึงพรรคเพื่อไทยกลับขึ้นมาใหม่ เพราะพรรคเพื่อไทยกับพี่น้องประชาชนยังมีกันและกัน  ยังเดินเคียงกันตลอด และสาเหตุที่พี่น้องประชาชนยังให้ความไว้เนื้อเชื่อใจกับพรรคเพื่อไทยก็เพราะเรามีนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน

นายณัฐวุฒิ ย้ำด้วยว่า พรรคเพื่อไทยจะนำความไว้วางใจของประชาชน มาผลักดันนโยบายที่ชัดเจน เอางานนำหน้าเอาประชาชนเป็นเป้าหมาย 

“พรรคเพื่อไทยเจ็บเท่าไร เราไม่เคยร้อง โดนเท่าไรเราไม่เคยถอย ล้มได้ลุกได้ ลุกแล้วก้าวเดินใหม่ เราไม่เคยยอมแพ้ คนถามผมว่าเพื่อไทยโดนแบบนี้เจ๊งหรือยัง ตายหรือยัง ผมบอกว่าไม่ตาย ถ้าจะตาย ตายไปนานแล้ว แต่ไม่ตาย ถ้าจะพัง พังไปนานแล้วแต่ไม่พัง 

เรายืนกันอยู่ แม้แต่วันที่ตัวผมเองก็ถูกตั้งคำถาม คนถามผมว่า ณัฐวุฒิ จนทักษิณ ถูกขังแล้ว จนเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านแล้ว จนคนเขาบอกว่าเพื่อไทยคราวนี้คงแพ้แล้ว หลายคนก็ออกไปแล้ว จะอยู่ไปทำไม ผมขอบอกพี่น้องตรงนี้ว่า ผมอยู่ที่นี่ ที่นี่คือบ้านผม ผมเกิดที่นี่ ผมโตที่นี่ ผมสู้ที่นี่ พี่ผม น้องผมอยู่กันตรงนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อไทยคือบ้านของผม” 

สำหรับทีมหาเสียงเพื่อไทย ที่ จ.ขอนแก่น ประกอบไปด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมว.ท่องเที่ยวฯ ,  นางสาวจิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส. ร้อยเอ็ด เขต 5 , นางสาวชญาภา สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 8 , นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ,นายมังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายธงธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต สส.ขอนแก่น พร้อมคณะผู้สมัคร สส.ขอนแก่น

.

#เพื่อไทยเบอร์9 #เพื่อไทยทำได้ 

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้