ระบบนิเวศสร้างสรรค์เริ่มที่เปลี่ยนความคิด ทำ THACCA เป็น Super-agency เปลี่ยนความกลัวของกฎหมายเป็นความไว้ใจ ใช้กฎหมายไม่ใช่เพียงควบคุม แต่ร่วมส่งเสริม

ในการแสดงวิสัยทัศน์และการเสวนาเวที ‘UNLOCK CREATIVE ECONOMY ร่วมเปิดมุมมองใหม่ พลิกโฉมอุตสาหกรรมเกมและภาพยนตร์ไทยสู่ระดับโลก’ (22 มกราคม 2569) ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และพูดคุยเสวนาร่วมกับตัวแทนสมาคมวิชาชีพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 3 องค์กรและตัวแทนจาก 2 พรรคการเมือง

การเสวนา เน้นการพูดคุยถึงทั้งอนาคตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะบทบาทของพรรคการเมืองคือส่วนหนึ่งของอำนาจรัฐและการใช้กฎหมาย ถึงมุมมองที่ภาคการเมืองมองอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเป้าหมายในการพาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เดินหน้าต่อไปได้แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อะไรคือบทบาทของรัฐในการพาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการดูแลกลุ่มวิชาชีพที่เกี่ยวข้องให้มีความมั่นคง ก้าวหน้าต่อไป ทำอย่างไรที่รัฐและการใช้กฎหมายจะไม่ใช่ขีดจำกัดของการสร้างสรรค์อีกต่อไป

ในการแสดงวิสัยทัศน์หรือการพิชชิ่ง 3 นาที นพ. สุรพงษ์ กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยในการทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศรายได้สูง การมีรายได้สูงนอกจากการพัฒนาในกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว อีกด้านสำคัญคือความคิดสร้างสรรค์และความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม โดย นพ. สุรพงษ์ ย้ำว่าการทำงานเรื่องความคิดสร้างสรรค์หรือซอฟต์พาวเวอร์ ต้องเริ่มจากวิธีคิดที่ถูกต้อง

สำหรับวิธีคิด นพ. สุรพงษ์ เสนอแนวคิดในการดูแลวัฒนธรรมสร้างสรรค์ 3 ประการ โดยเริ่มจากหลักการพื้นฐานว่า ‘ทุกคนที่เป็นคนไทยจะต้องได้ประโยชน์’ จึงเสนอการพัฒนาที่ครบทั้งระบบคือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

นพ. สุรพงษ์ อธิบายลำดับการดูแลทั้ง 3 ลำดับว่า การดูแลในลำดับต้นน้ำ คือการดูแลทักษะของคนไทยทุกคนด้วยการอัพสกิลรีสกิลครั้งใหญ่ ทำให้ทุกความฝันของคนไทยสามารถทำได้ กลางน้ำคือการพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์ทั้งระบบให้เป็นมิตร จากการดูแลแก้ไขหรือเสนอกฎหมาย การบริการที่สะดวก รวดเร็วและเป็นมิตร และปลายน้ำคือการทำให้วัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทยไปสู่ตลาดในระดับโลก

นอกจากยุทธศาสตร์ดูแลทั้งสามลำดับแล้ว นพ. สุรพงษ์ ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทยในฐานะการดูแลจากภาครัฐ นพ. สุรพงษ์ กล่าวถึงการใช้งบประมาณที่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการใช้งบประมาณและการทำงานร่วมกัน เน้นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงชี้ให้เห็นว่าจากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา หน่วยงานของราชการก็เริ่มความคิดและพร้อมเข้าสนับสนุนอุตสาหกรรม

สุดท้าย นพ. สุรพงษ์ ได้เสนอการเปลี่ยนหรือการสร้างโครงสร้างเพื่อรองรับการเติบโตและการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอนาคต คือการสร้าง THACCA ให้เป็น ‘Super Agency’ องค์กรกลางที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้งระบบ เป็นหน่วยงานที่ดูแลยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นทิศทางใหญ่ มีการตั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องเป็นองคาพยพที่ร่วมขับเคลื่อนเข้าเป็นหน่วยงานภายใต้ มีการตั้งสภาอุตสาหกรรมเช่นภาพยนตร์ เกม มีการพิจารณาให้ทุนสนับสนุนอุตสาหกรรม การเทรนนิ่ง 

หลังจากการแสดงวิสัยทัศน์ นพ. สุรพงษ์ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทยร่วมตอบคำถามจากสมาคมตัวแทนจาก 3 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์คือภาพยนตร์ เกมและนักแสดง ในการพูดคุย นพ. สุรพงษ์ ได้อธิบายเสริมในประเด็นบทบาทของรัฐและการใช้กฎหมายซึ่งเน้นย้ำหลักการสำคัญคือการเริ่มที่การเปลี่ยนวิธีคิด การนำเอกชนเข้าร่วมสนับสนุน และการสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรกับการเติบโตของความคิดสร้างสรรค์โดยเฉพาะการร่างและใช้กฎหมาย รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของราชการที่พร้อมจะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

ในการตอบคำถามจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นพ. สุรพงษ์ เน้นย้ำถึงการแก้ไขกฎหมายให้เอื้อกับกิจการและอุตสาหกรรม รวมถึงมุมมองจากภาครัฐเช่นกระทรวงวัฒนธรรมที่ร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม โดยกล่าวถึง พ.ร.บ. ภาพยนตร์ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมร่างที่มีเนื้อหาที่ยกระดับอุตสาหกรรมและความเข้าใจไปอีกขั้น กรณีของ พ.ร.บ. ภาพยนตร์ นพ. สุรพงษ์  ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่เสนอกฎหมาย 2 รูปแบบ คือการกำกับดูแลที่เป็นมิตรเช่น พ.ร.บ. ภาพยนตร์  และเสนอกฎหมายที่ทำงานเพื่อการส่งเสริมคือ พ.ร.บ.  ซึ่งมุ่งเน้นให้อำนาจกับสภาวิชาชีพหรือสมาคมวิชาชีพต่างๆ 

ในทำนองเดียวกัน คำถามจากอุตสาหกรรมเกม มีความกังวลในการกำกับดูแลและอคติจากเกมและการเล่นเกมซึ่งสืบทอดจากกฎหมายและมุมมองแบบเดิม นพ. สุรพงษ์ กล่าวย้ำถึงหลักการสำคัญคือการขจัดความกลัวด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ คือการร่างกฎหมายที่ให้เอกชนร่วมร่าง ในที่สุดเมื่อเป็นกฎหมายที่เกิดจากคนในอุตสาหกรรมเอง ความกลัวก็จะหมดไป นอกจากความกลัวในการกำกับดูแลแล้ว นพ. สุรพงษ์ ยังกล่าวถึงารเปลี่ยนความคิดต่อการลงทุน ภาครัฐมีความจำเป็นต้องลงทุนก่อน เพื่อจะดึงดูดการลงทุนจากที่อื่นๆ เข้ามา รวมถึงการสร้างองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อรับหน้าที่ผลักดันทุกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่อไป

กรณีคำถามจากสมาคมวิชาชีพนักแสดง แสดงความกังวลต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมให้เติบโต มีเงินลงทุนและการลงทุนจากต่างประเทศ และประเด็นสวัสดิภาพของวิชาชีพหรือคนทำงาน ค่าจ้างที่เป็นธรรม โดย นพ. สุรพงษ์ เสนอการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและทักษะวิชาชีพไทย กล่าวว่าประเทศไทยต้องไม่มองอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยไว้เพียงอุตสาหกรรมในประเทศเท่านั้น 

เมื่อยกระดับทั้งอุตสาหกรรมได้ ประกอบกับการสร้างความต้องการจากตลาดเช่นการเดินทางไปแสดงผลงานในต่างประเทศ เมื่อมาตรฐานไทยกลายเป็นมาตรฐานโลก การจ้างงานก็จะสูง สวัสดิการและค่าจ้างก็ตามมาในท้ายที่สุด สุดท้ายเน้นย้ำการผสานอุตสาหกรรมโดยยกตัวอย่างอุตสาหกรรมเกมที่ประเทศเยอรมันซึ่งสร้างความร่วมมือกับอุตสาหกรรมเกมประเทศต่างๆ อย่างไม่มีพรมแดน

สุดท้าย นพ. สุรพงษ์ กล่าวต่อความกังวลกรณีความไม่แน่นอนที่อาจทำให้กฎหมายที่คาดหวังไว้ไม่สำเร็จ โดยกล่าวว่าการผลักดันอุตสาหกรรมสามารถทำพร้อมกับการผลักดันกฎหมายได้ การทำงานอื่นๆ สามารถทำไปพร้อมกันได้ด้วยอำนาจหรือด้วยหน่วยงานที่มีอยู่ สามารถทำคู่ขนานกันไปได้เช่นกรณีของ THACCA ที่ผ่านมา

#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยเบอร์9 #สุรพงษ์สืบวงศ์ลี #THACCA 

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้