‘น้ำ จิราพร’ เล่าซึ้งเพื่อไทยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เคียงข้างคนอีสานตลอดมา ขอประชาชนกาพรรคเพื่อไทย ได้นโยบายเปลี่ยนชีวิตคนทั้งประเทศ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามเทพหัสดิน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ น.ส.จิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทย “ยศชนันทำได้ เพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยทำได้” ว่า ในฐานะผู้สมัคร สส.ลูกอีสาน ที่ได้มีโอกาสมายืนอยู่บนเวทีกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นการรวมพลังผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ต้องเรียนว่าภาคอีสาน ที่หลายคนมีภาพจำว่าแร้นแค้น เป็นพื้นที่ที่สร้างนักสู้เพื่อประชาธิปไตยจากรุ่นสู่รุ่น ในอดีตแผ่นดินที่ราบสูงแห่งนี้ ได้เคยมีนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่หลายคนเรียกขานว่า 4 รัฐมนตรีอีสาน
‘ถวิล อุดุล’ ทนายความฝีมือเอก และนักการเมืองชื่อดังของชาวจังหวัดร้อยเอ็ด คือหนึ่งใน 4 เสืออีสาน ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ ครูทองอินทร์ ภูริพัฒน์ สส.จังหวัดอุบลราชธานี, ครูเตียง ศิริขันธ์ สส.ขุนพลภูพาน จ.สกลนคร และครูจำลอง ดาวเรือง สส.จังหวัดมหาสารคาม ทั้ง 4 ท่านนี้ คือพลังของคนหนุ่มสาวในสมัยนั้น ที่ได้จุดประกายการต่อสู้ เป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องชาวอีสาน และคนไทยทั้งประเทศ ต่อกรกับอำนาจเผด็จการอย่างทระนงองอาจ จนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม
น.ส.จิราพร กล่าวว่า ในยุคสมัยที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย เกิดขบวนการการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ในการต่อสู้ครั้งนั้น คนอีสานคือคนไปเคลื่อนไหวเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยมากที่สุด และพี่น้องเสื้อแดงภาคอีสาน ได้ไปร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทั้งประเทศ
ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีความพยายามด้อยค่าคะแนนเสียงของคนอีสานว่า คนอีสานที่เลือกเพื่อไทยอย่างถล่มทลายคือเสียงที่ไร้คุณภาพ ไร้การศึกษา คนที่พูดเช่นนี้ เพราะเข้าไม่รู้ว่า ภาคอีสานคือพื้นที่ประชาธิปไตย และได้พิสูจน์ชัดเจนผ่านการลงมติเลือกตั้งหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารปี 2549 เกิดรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ร่างภายใต้รัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ในการลงประชามติครั้งนั้น อีสานคือภูมิภาคที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มากที่สุด
และในการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ร่างขึ้นภายใต้รัฐบาล คสช.ร่างขึ้น คนที่ออกมารณรงค์ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกจับกุมคุมขังนับ 100 ราย ภายใต้บรรยากาศที่ปิดกั้นไม่เป็นประชาธิปไตยนี้ ภาคอีสานก็ยังเป็นภูมิภาคที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่เกิดจากรัฐบาลเผด็จการมากที่สุดเช่นเดิม ปรากฏการณ์เหล่านี้ คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ชัดว่า คนอีสานคือคนที่ตื่นรู้ทางการเมือง และต่อสู้กับความบิดเบี้ยวของประเทศนี้มายาวนานผ่านคูหาเลือกตั้ง และนี่คือเกียรติภูมิทางการเมืองของพี่น้องชาวอีสาน ที่ต่อสู้ร่วมกับคนไทยทั้งประเทศ
น.ส.จิราพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาในอดีต การต่อสู้ทางการเมืองของคนอีสาน เราเห็นแต่ภาพการต่อสู้ที่เจ็บปวด ถูกทำร้าย ถูกจับขัง คนอีสานเคยสัมผัสแต่อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่เสมอ เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตา แต่เมื่อคนอีสานได้พบกับรัฐบาลที่ชื่อว่าไทยรักไทย พรรคการเมืองที่เดินเข้าหาประชาชนด้วยนโยบาย พี่น้องชาวอีสานและชาวไทยทั้งประเทศได้สัมผัสกับอำนาจรัฐที่ไม่ทำร้าย ไม่กดขี่อำนาจรัฐที่สร้างประชาธิปไตยที่กินได้ สร้างโอกาส สร้างรายได้ ทำให้พี่น้องชาวอีสาน ได้ใช้ 1 คะแนนเสียงของตัวเองในคูหาเพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับตัวเอง และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลาน
พี่น้องชาวอีสานได้ใช้ 1 สิทธิ 1 เสียงของตน เลือกพรรคการเมืองที่ไม่มองความยากลำบากของคนอีสานเป็นภาระ แต่เลือกพรรคการเมืองที่มองว่า คนอีสานคือคนที่สู้ชีวิต และแผ่นดินอีสานเต็มไปด้วยสินทรัพย์ ขาดเพียงโอกาสที่จะให้พวกเขาได้ปลดปล่อยศักยภาพ พรรคไทยรักไทยจึงได้มีนโยบายที่พยายามเปลี่ยนอีสานจากแผ่นดินที่แห้งแล้งกันดารให้เป็นแผ่นดินที่สร้างรายได้ สร้างชีวิตใหม่ให้คนอีสานมีที่ยืนทัดเทียมกับคนจากทุกภูมิภาค
น.ส.จิราพร กล่าวว่า คนอีสานเขาได้ใช้ 1 สิทธิ 1 เสียงของตน นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ไม่ทำให้คนไทยต้องล้มละลายจากการเจ็บป่วย ชุบชีวิตให้คนรอดตายมานับไม่ถ้วน พวกเขาได้เลือกนโยบายกองทุนหมู่บ้าน แหล่งทุนที่คนในชุมชนสามารถกู้เพื่อแก้ปัญหาในครัวเรือนโดยไม่ต้องพึ่งหนี้นอกระบบ แหล่งทุนที่ทำให้ตาสี ยายมี คนตัวเล็กๆ ที่อยากเริ่มทำมาค้าขาย ได้มีโอกาส “ลืมตาอ้าปาก” ตั้งต้นชีวิต
“เขาเลือก OTOP 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลือกโครงการ SML ที่กระจายเม็ดเงินให้ชุมชนร่วมกันตัดสินใจใช้ พวกเขาเลือกโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน เลือกนโยบายที่จะกระจายการสร้างโอกาสให้กับคนไทยทั้งประเทศอย่างเท่าเทียม” น.ส.จิราพรกล่าว
น.ส.จิราพร กล่าวว่า การต่อสู้ของคนอีสานที่เป็นการต่อสู้ของคนธรรมดา คนตัวเล็ก ตัวน้อย ผ่านคูหาเลือกตั้งนี้ เป็นเสียงที่สร้างรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และพรรคเพื่อไทยขึ้นมา ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแค่ไหนอย่างไร ไม่ว่าจะถูกยุบพรรคไปกี่ครั้ง ไม่ว่ากรรมการบริหารพรรค สส.จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปกี่คน ไม่ว่าการเมืองจะบีบคั้นจนหลายท่านต้องลี้ภัย ไม่ว่าจะถูกทำร้ายแค่ไหน ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นกับพรรคเพื่อไทย เราก็ยังเป็นพรรคอันดับหนึ่งในแผ่นดินอีสานตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง
น.ส.จิราพร กล่าวว่า ก่อนที่จะมียุคของประชาธิปไตยที่กินได้ ในพื้นที่อีสานบ้านเกิดของดิฉัน ได้เคยเกิดปรากฏการณ์ที่ชื่อว่า ‘โรคร้อยเอ็ด’ โรคร้อยเอ็ดไม่ใช่โรคที่5 ทำร้ายร่างกาย แต่เป็นโรคที่บ่อนทำลายประชาธิปไตยของประเทศ ในปี 2524 มีประวัติศาสตร์การเมืองบันทึกตำนานโรคร้อยเอ็ด ที่พรรคการเมืองและนักการเมือง ไม่ต้องมีนโยบาย ไม่ต้องลงพื้นที่ ไม่ต้องรับฟังปัญหาของประชาชน แต่เพียงแค่หิ้วกระเป๋าเจมส์บอนใบเดียวมาแจกเงิน ก็ได้เป็น สส. และขยายผลวัฒนธรรมนี้ในหลายพื้นที่
จริงอยู่ที่โรคนี้เคยถูกพูดถึง แต่การตัดสินใจเลือกลงคะแนนให้พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ของคนอีสานในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นการลงคะแนนเลือกที่เขาตอบตัวเองได้ว่าเขาเลือกเพราะนโยบายที่ฝันใหญ่แต่ทำได้จริง นโยบายที่ทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น นโยบายที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้ราวกับปาฏิหาริย์ เป็นนโยบายที่สร้างคุณูปการ เป็นรากฐานที่มั่นคง ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยทั้งประเทศมาถึงทุกวันนี้
ดังนั้น พรรคการเมืองที่เดินเข้าหาประชาชนด้วยนโยบาย คือการแสดงความเคารพ และให้เกียรติต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และการเลือกพรรคการเมืองที่นโยบาย คือการประกาศศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชนเช่นกัน
น.ส.จิราพร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เราช่วยกันประกาศว่า ในแผ่นดินอีสานและแผ่นดินไทยนี้ ถึงจะมีคนซื้อ แต่ไม่มีคนขาย ถึงจะมีคนจ่าย แต่จะไม่มีวันได้คะแนน เราจะไม่เลือกเพราะแบงค์สีเทา แต่เราจะเลือกพรรคการเมืองเพราะนโยบาย เราจะเลือกเพื่ออนาคตของเรา หากเรากาให้พรรคที่เงินตรา เราก็ได้เพียงเงินนั้นไว้ใช้ ไม่กี่วันก็หมด แต่ถ้าท่านกาเพื่อไทย ท่านจะได้นโยบายที่จะเปลี่ยนชีวิตให้กับประชาชนทั้งประเทศ
“คนที่มีหนี้เสียในธนาคารไม่เกิน 200,000 จ่ายแค่ 10% เราปิดจบล้างหนี้ให้ หนี้เสียผู้สูงอายุไม่เกิน 100,000 ในธนาคารรัฐ เราล้างหนี้ให้หมดไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว ผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มเปราะบาง ใครรายได้ต่อเดือนไม่ถึง 3,000 เราเติมให้ทันที เกษตรกรพักหนี้ ทั้งต้น ทั้งดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ประกันกำไรราคาสินค้าเกษตร 30%
กาเพื่อไทยท่านจะได้พรรคการเมืองที่เข้าไปปกป้องนโยบาย 30 บาท เราไม่มีวันล้มโครงการนี้ ไม่มีวันลดสเปค มีแต่จะทำให้ดีขึ้นด้วย 30 บาท AI เหล่านี้คือนโยบายที่ 1 สิทธิ 1 เสียงของท่านร่วมทำให้เกิดขึ้นจริงได้ เงินไม่กี่พันบาท ซื้ออนาคตที่ดีให้กับเราไม่ได้ แต่นโยบายที่ดี และพรรคการเมืองที่ทำนโยบายได้ จะพาให้พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้น” น.ส.จิราพรกล่าว
น.ส.จิราพร กล่าวว่า ขอพูดถึงน้องๆ Gen Z น้องๆคนหนุ่มสาวหลายคน อาจจะไม่ทันที่จะได้รับรู้วันเวลา ของคำว่าการเบ่งบานของประชาธิปไตยที่กินได้ในสมัยไทยรักไทย อาจจะเห็นเพียงภาพของพรรคเพื่อไทย ในช่วงเวลาที่ถูกกระทำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสาหัส ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่พรรคแข็งแรงรุ่งโรจน์เหมือนเดิม แต่เรายังสู้อยู่ ยังทำหน้าที่ของเรา อย่างสุดความสามารถ
บนเวทีวันนี้มีลูกสาว 3 คน ที่มีบาดแผลจากการต่อสู้ มีลูกสาว 1 คน ที่ต้องสูญเสียคุณพ่อจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และมีลูกสาวอีก 2 คน ที่วันนี้พ่อยังอยู่ในเรือนจำ นี่คือสิ่งที่เรายังเจอกันมา แต่เราก็ยืนยันที่จะเดินหน้าสู้ต่อไป
“ดิฉันอยากบอกคนรุ่นหนุ่มสาวว่า ครั้งหนึ่งยังมีพรรคการเมืองที่เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้ เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนด้วยนโยบาย ครั้งหนึ่งเรายังมีพรรคการเมืองที่ไม่ว่าจะถูกยุบพรรค จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สมาชิกพรรคจะถูกจองจำจากคดีทางการเมือง แต่พรรคนี้ก็ไม่เคยเดินออกห่างจากเส้นทางประชาธิปไตย” น.ส.จิราพรกล่าว
น.ส.จิราพร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย คือ พรรคการเมืองที่ไม่เคยสนับสนุนการทำรัฐประหาร เราคือพรรคการเมืองที่ไม่เคยตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เราคือพรรคการเมืองที่เดินตามกฎกติการะบบรัฐสภา และเดินตามระบอบประชาธิปไตย ไม่เคยผิดแผก ไม่เคยหลงไปจากนี้ แม้จะต้องเผชิญกับกลไกกับดักที่วางไว้ให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แม้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเมืองต่างๆ แต่พรรคเพื่อไทยคือพรรคการเมืองที่พูดได้เต็มปากว่า เรายืนอยู่บนเส้นทางประชาธิปไตยอย่างมั่นคง
น.ส.จิราพร กล่าวว่า 20 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีพรรคการเมืองไหน มีนโยบายชัดเจน และทำสำเร็จเป็นรูปธรรมได้เท่ากับพรรคการเมืองนี้ ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความเท่าเทียมของคนไทยยาวนานเท่ากับพรรคการเมืองนี้ เราต้องช่วยกันรักษาพรรคการเมืองแบบนี้ ไม่ให้ล้มหายตายจากไป
ปีนี้เป็นการครบรอบ 20 ปี ที่รัฐบาลไทยรักไทย พรรคการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ถูกยึดอำนาจ วันนี้ขอพลังของคน Gen Z ขอพลังคนวัยหนุ่มสาว มาช่วยกันขอทวงคืนรัฐบาลเดิมที่เคยถูกรัฐประหาร ขอทวงคืนพรรคการเมืองที่เดินเข้าหาประชาชนด้วยนโยบาย ขอทวงคืนวันเวลาแห่งปาฏิหาริย์กลับคืนมา มาร่วมกันประกาศชัยชนะว่า 20 ปีผ่านไป แม้พรรคเพื่อไทยจะเคยล้ม แม้เราจะเคยพ่าย แต่พรรคเพื่อไทยฆ่าไม่ตาย
“พี่น้องที่เคารพทุกท่าน สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่อำนาจเงิน ไม่ใช่อำนาจรัฐ แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังที่สุดคือ เสียงของประชาชนทั้งประเทศ 1 สิทธิ 1 เสียงของท่าน มีพลังที่จะเปลี่ยนประเทศไทยไปตลอดกาล 1 สิทธิ 1เสียงของคนไทย ได้เคยเลือกไทยรักไทยอย่างถล่มทลาย จนสร้างปาฏิหาริย์ให้กับชีวิตคนไทยหลายล้านคนทั่วประเทศ และวันนี้เราจะสร้างปาฏิหาริย์ครั้งใหม่ไปด้วยกัน
ร่วมกันประกาศเกียรติภูมิทางการเมืองของคนไทยทั้งประเทศว่า เงินซื้ออนาคตเราไม่ได้ เงินซื้อคุณภาพชีวิตที่ดีของเราไม่ได้ 8 ก.พ. เข้าคูหา กาเพื่อไทย 2 ใบทั้งคนทั้งพรรค ส่งยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้าทำเนียบรัฐบาล” น.ส.จิราพรกล่าว
.
#ยศชนันทำได้ #ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ #เพื่อไทยเบอร์9 #เพื่อไทย2ใบ #จิราพรสินธุไพร
.
ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง