“ยศชนัน” ชี้การศึกษาไทยต้อง “เข้าใจรายบุคคล” หนุนรัฐ-เอกชนผนึกกำลัง ปลดล็อกศักยภาพเด็กไทยสู่อนาคต
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้อำนวยการ PTP Academy อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมงานและร่วมแสดงความเห็นในงานเสวนาครบรอบ 10 ปี “ก่อการครู” เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ณ Mixt Chatuchak โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการปรับระบบการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับศักยภาพและความแตกต่างของผู้เรียนในรายบุคคล
.
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การศึกษาไม่ควรถูกจำกัดด้วยมาตรวัดแบบเดียว เช่น เกรดหรือคะแนนสอบ เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนมีความถนัดและศักยภาพที่แตกต่างกัน บางคนอาจโดดเด่นด้านวิชาการ ขณะที่บางคนมีความสามารถด้านดนตรี กีฬา หรือทักษะอื่น ๆ ซึ่งระบบการศึกษาควรเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พัฒนาในสิ่งที่ตนเองถนัดอย่างเต็มที่
.
พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า แม้จะเรียนได้ดี แต่ใช้เวลาอ่านหนังสือช้ากว่าผู้อื่น สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถของคนไม่สามารถวัดได้จากตัวชี้วัดเพียงรูปแบบเดียว จึงจำเป็นต้องมีระบบดูแลและพัฒนาผู้เรียนแบบ “หนึ่งต่อหนึ่ง” เพื่อให้ตอบโจทย์ความแตกต่างดังกล่าว
.
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยที่ยังไม่เอื้อต่อการเติบโตของอาชีพนอกกรอบ เช่น นักดนตรีหรือนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ ซึ่งในหลายประเทศสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงได้ จึงเสนอว่าไม่ควรให้อาชีพเป็นตัวกำหนดทิศทางการศึกษา แต่ควรเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนสามารถสร้างเส้นทางของตนเองได้
.
ศ.ดร.ยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “เครือข่าย” และการทำงานร่วมกัน โดยระบุว่า หลายสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แท้จริงแล้วเกิดจากการขาดการเชื่อมโยงระหว่างคนที่มีความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง พร้อมยกตัวอย่างเชิงรูปธรรมว่า หากต้องการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่อง MRI หากสามารถรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาเข้าด้วยกัน ก็อาจทำให้สิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นความจริงได้
.
ในมิติของโอกาสทางการศึกษา ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบออนไลน์ (Online Learning) สามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงองค์ความรู้และครูผู้เชี่ยวชาญได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจำเป็นต้องวางแผนพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการใช้งาน เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศในระยะยาว
.
ทั้งนี้ ได้เสนอให้การศึกษา ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่หลายกระทรวงต้องร่วมมือกัน และต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันออกแบบระบบที่ยืดหยุ่น ลดเนื้อหาหลัก (Core) ที่ไม่จำเป็น และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะเฉพาะด้าน
.
ในช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ทั้งนี้ เมื่อเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนฯ ก็น่าจะมีร่างของกระทรวงศึกษาฯ ร่างของพรรคการเมืองอื่นมาประกอบและปรับให้เข้ากันให้เหมาะสมโดยเชื่อว่ากฎหมายน่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี พร้อมย้ำว่าการยกระดับคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องของการบริหารประเทศที่ต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรถูกกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง
.
“ผมเคยพูด ล่าสุดก็กับท่านนายกรัฐมนตรีว่า การเมืองควรแยกออกจากการบริหารบ้านเมือง วันนี้เราจะทำให้คุณภาพชีวิตเด็กดีขึ้น นี่คือการบริหารบ้านเมืองให้ไปข้างหน้า ส่วนเรื่องเลือกตั้งรอบหน้าก็เป็นเรื่องการเมือง อย่าทำเรื่องทะเลาะเบาะแว้งมาทำให้การดูแลเยาวชนช้าลงไปอีก เพราะหากการศึกษาดี ประเทศก็จะดี และสามารถต่อยอดการพัฒนาในทุกมิติได้อย่างยั่งยืนได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้าย
.
ด้านนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าตนอยากอยากเห็นการศึกษาของไทยกลับมามีความหวัง ซึ่งการที่ได้ทำงานร่วมกับ ศาสตราจารย์ยศชนัน เป็นสิ่งที่รู้สึกว่านี่คือทีมเวิร์คที่จะทำงานร่วมกันให้การศึกษาไทยมีความหวังอีกครั้ง พร้อมยอมรับว่ารู้สึกหนักใจในตอนแรก ที่ต้องเข้ามาดูเรื่องการศึกษา แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบก็อยากเป็นคนรุ่นใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการในการช่วยผลักดันการศึกษาของไทย ให้เปลี่ยนแปลงมากที่สุด
.
โดยต้องฟื้นความหวังการศึกษาไทย ที่ต้องทำให้ครูกลับมามีความสุขกับการสอน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะงานเอกสาร เพิ่มเวลาคุณภาพในห้องเรียน พร้อมทั้งสนับสนุนสวัสดิการและการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูสามารถสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ
.
นอกจากนี้ โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดจากความรุนแรง การกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติ มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างจริงจัง และส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้เรียนอย่างรอบด้าน
.
“ตนเชื่อมั่นว่าไม่มีใคร หรือพรรคการเมืองใด อยากเห็นประเทศไทยล้าหลัง ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเริ่มจากการศึกษาที่ดี โดยตนในฐานะฟันเฟืองของกระทรวงศึกษาธิการจะพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเราจะตั้งใจทำงานเพื่อการศึกษาของไทยที่ดีขึ้น “ นายอัครนันท์ กล่าว
.
#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #อัครนันท์กัณณ์กิตตินันท์
บทความที่เกี่ยวข้อง








