‘รมช.ปิยะรัฐชย์’ ประชุม คพช. เร่งเครื่อง Roadmap สหกรณ์ปี 69 ชูแก้หนี้ ยกระดับความเข้มแข็ง ดันพัฒนาแอปดิจิทัล เชื่อมนวัตกรรม เสริมแกร่งสหกรณ์

วันที่ 30 เมษายน 2569 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 92) ณ ห้องประชุม 134–135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสหกรณ์ของประเทศให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และยั่งยืน โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปกำหนดแนวทางดำเนินงานในระยะต่อไป โดยเน้นการมีส่วนร่วมและเปิดรับความคิดเห็นอย่างเต็มที่ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหารือเชิงลึก เพื่อหาจุดร่วมในการขับเคลื่อนงานสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำข้อเสนอแนะไปต่อยอดเชิงนโยบายและการปฏิบัติในระยะถัดไป

น.ส.ปิยะรัฐชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งพัฒนาการให้บริการข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัล โดยปรับปรุงแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย เข้าถึงสะดวก และตอบโจทย์ประชาชนมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง” ควบคู่กับการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน 

รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้านนวัตกรรมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานด้านสหกรณ์เสนอความต้องการและโจทย์นวัตกรรม เพื่อนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้และต่อยอดให้สอดคล้องกับพื้นที่ พร้อมย้ำว่าการพัฒนาภาคเกษตรและสหกรณ์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหลายกระทรวง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ Roadmap การขับเคลื่อนงานนโยบายและโครงการตามแผนพัฒนาการสหกรณ์ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงาน โดยผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา สามารถขับเคลื่อนโครงการได้แล้ว 45 จาก 52 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 86.54 ขณะที่ปี 2569 จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพสหกรณ์ที่มีข้อจำกัดด้านศักยภาพ ผ่านการบริหารจัดการที่โปร่งใส การนำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้กำหนด 4 กิจกรรมหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่ การผลักดันแผนผ่านโครงการของหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 5,500 แห่ง การส่งเสริมจรรยาบรรณบุคลากรสหกรณ์ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 2,090 แห่ง การแก้ไขปัญหาหนี้สินและหนี้ครัวเรือนให้กับสมาชิก 3,100 ราย และการยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์ 3,640 แห่ง พร้อมพัฒนาสหกรณ์สมรรถนะสูงต้นแบบ 200 แห่ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานสำคัญ อาทิ การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการใน คพช. จำนวน 5 ราย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาพรวมการดำเนินงานของสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 9,044 แห่ง โดยมีสหกรณ์ภาคการเกษตร 2,992 แห่ง มีสมาชิกกว่า 11.76 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตร 6.13 ล้านคน และมีมูลค่าธุรกิจรวมกว่า 2,530,265.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13.47 ของ GDP โดยโครงสร้างธุรกิจพบว่า ธุรกิจสินเชื่อมีมูลค่าสูงสุด 1,485,732.22 ล้านบาท (ร้อยละ 58.72) รองลงมาคือ ธุรกิจรับฝากเงิน มูลค่า 855,113.18 ล้านบาท (ร้อยละ 33.80) ส่วนธุรกิจอื่น ได้แก่ การรวบรวมผลผลิต การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การแปรรูปผลผลิต และการให้บริการด้านการเกษตร มีสัดส่วนรองลงมาตามลำดับ   

อีกทั้ง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการรับรองความเป็นชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมสหกรณ์บริการเดินรถแห่งประเทศไทย จำกัด และชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสหกรณ์ของประเทศ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจในภาพรวม

#เพื่อไทย #ปิยะรัฐชย์ติยะไพรัช #สหกรณ์