‘จาตุรนต์’ ชี้มาตรการของเด็กและเยาวชน ในมาตรา 11 นี้ ไม่ใช่การนิรโทษกรรม แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูบำบัด ถ้าวุฒิสภาตัดสิทธิเยาวชนในคดี 112 ออกไป ถือเป็นการกระทำที่ไร้หลักเกณฑ์ทางกฎหมาย
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ได้ร่วมอภิปรายอย่างดุเดือดในระเบียบวาระเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. ซึ่งเป็นฉบับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยนายจาตุรนต์ได้สะท้อนบทเรียนประวัติศาสตร์ของการนิรโทษกรรมในประเทศไทย พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อข้อแก้ไขของวุฒิสภาที่อาจส่งสัญญาณที่ผิดพลาดและสร้างความสับสนให้แก่สังคม
.
นายจาตุรนต์ เริ่มต้นอภิปรายโดยเกริ่นถึงประวัติศาสตร์การนิรโทษกรรมของไทยว่า ที่ผ่านมาสิ่งทีทำได้ง่ายและสำเร็จบ่อยที่สุดกลับเป็นการนิรโทษกรรมให้กับการรัฐประหารและการกบฏ รวมถึงการนิรโทษกรรมที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งกลายเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่ทำให้เกิดการรัฐประหารซ้ำซากและเตะถ่วงการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน ส่วนการนิรโทษกรรมประชาชนในอดีตนั้น หลายครั้งเป็นการนิรโทษกรรมแบบเหมารวมทั้งเหตุการณ์ ทำให้อานิสงส์ตกไปอยู่กับฝ่ายรัฐหรือผู้ที่สั่งฆ่าประชาชนด้วย
.
อย่างไรก็ตาม นายจาตุรนต์ชี้ว่า ข้อดีของการนิรโทษกรรมในอดีต เช่น กรณีเหตุการณ์ 6 ตุลา หรือกรณี พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่ได้กระทำผิดจริงแต่เกิดจากการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง สิ่งสำคัญคือ “การนิรโทษกรรม” ในตอนนั้นได้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบวกจากรัฐว่าต้องการยุติความขัดแย้ง ไม่คิดประหัดประหารประชาชน และบ่อนทำลายสถาบันหลัก ซึ่งช่วยให้สังคมกลับมาอยู่ร่วมกันและคลี่คลายวิกฤตไปได้
.
สำหรับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับนี้ นายจาตุรนต์ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการล้างกระดานเพื่อเริ่มต้นกันใหม่สำหรับผู้กระทำความผิดที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง แต่การแก้ไขของวุฒิสภาในมาตรา 11 (เดิมมาตรา 11/1) ซึ่งเป็นมาตรการพิเศษทางกฎหมายในการฟื้นฟูเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยให้ศาลใช้ดุลพินิจไม่ต้องดำเนินคดีนั้น วุฒิสภากลับไปแก้ไขให้ “ยกเว้น” กรณีความผิดตามมาตรา 112
.
นายจาตุรนต์ เน้นย้ำว่า มาตรการของเด็กและเยาวชน (มาตรา 11) นี้ไม่ใช่การนิรโทษกรรม แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูบำบัด การที่วุฒิสภาตัดสิทธิเยาวชนในคดี 112 ออกไป ถือเป็นการกระทำที่ไร้หลักเกณฑ์ทางกฎหมาย และเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติโดยใช้ดุลพินิจทางการเมือง เพราะในขณะที่ความผิดร้ายแรงอื่นๆ ที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตยังได้รับโอกาสเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้ แต่กลับกีดกันเยาวชนในคดี 112 ซึ่งนี่เป็นการส่งสัญญาณที่ตรงกันข้ามกับอดีต และสร้างความสับสนให้สังคมว่าสภาฯ มีมุมมองต่อการเปิดโอกาสให้เยาวชนปรับตัวและแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างไร
.
“โดยส่วนตัวผมยังยืนยันว่าอยากให้แก้ไขกลับไปเป็นเหมือนร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็เข้าใจดีถึงข้อจำกัดในทางปฏิบัติของเพื่อนสมาชิกที่กังวลว่าจะต้องตั้งกรรมาธิการร่วมและเสียเวลานาน แต่อยากฝากไปถึงคณะรัฐมนตรีและสภาฯ ให้ช่วยกันคิดถึงปัญหาใหญ่ที่ยังค้างคา คือพฤติกรรมการทำตามใจชอบจนนำไปสู่การรัฐประหาร และปมความขัดแย้งร่วมสมัยในรอบ 10 กว่าปีมานี้ ซึ่งมีลักษณะพิเศษและแตกต่างจากอดีต แต่เรายังไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพพอในการรับมือและดูแลความขัดแย้งแห่งยุคสมัยนี้เลย” นายจาตุรนต์ กล่าวทิ้งท้าย
.
#พรรคเพื่อไทย #จาตุรนต์ฉายแสง #สร้างเสริมสังคมสันติสุข #นิรโทษกรรม
บทความที่เกี่ยวข้อง