ปักหมุด 1 มกรา 70 ศึกษาธิการ e-Office ไร้กระดาษ 100% คลอดกรอบ AI ปลอดภัยทุกช่วงวัย หมดยุคถ่ายเอกสาร กระดาษท่วมโต๊ะ!
15 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 6/2569 ปักหมุด 1 มกราคม 2570 ดีเดย์ใช้ระบบ ‘e-Office’ ไร้กระดาษ 100% มุ่งสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ(Paperless) ทั้งกระทรวง พร้อมจัดทำกรอบมาตรฐาน AI Framework สำหรับผู้เรียนและผู้สอนทุกช่วงวัย และเดินหน้าแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งอัปเกรดอุปกรณ์การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ในโรงเรียนชายขอบที่ใช้งานมานานกว่า 10-15 ปี จากจอโทรทัศน์รุ่นเก่าให้เป็นสมาร์ททีวี ทบทวน O-NET สู่มาตรฐานเดียว และส่งเสริมทวิศึกษาให้ผู้เรียนมีรายได้ทันทีหลังเรียนจบ
.
นายประเสริฐกล่าวว่า “ได้มอบนโยบายต่อที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบการงานภายในสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Paperless) โดยในวันที่ 1 มกราคม 2570 ทุกหน่วยงานในกระทรวงต้องนำระบบ e-Office มาใช้ จะไม่มีการใช้กระดาษแล้ว เพื่อเพิ่มความโปร่งใส รวดเร็ว และลดต้นทุนบริหารจัดการ ซึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานเริ่มดำเนินการแล้ว เช่น สป. สพฐ. ในขณะเดียวกัน ก็จะจัดทำโครงการนำร่อง เพื่อพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและงานสารบรรณเชื่อมโยงทุกหน่วยงานในกระทรวงด้วยระบบเดียวกัน (API) และแชร์ข้อมูลข้ามกระทรวง ทั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงแรงงาน ตลอดจนกระทรวงมหาดไทย พร้อมมีระบบป้องกัน (Data Security) และแบ่งสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล”
.
ทั้งนี้ ในขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการจัดทำกรอบมาตรฐานการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Framework) สำหรับผู้เรียนและผู้สอน เพื่อประเมินความเหมาะสมของเครื่องมือ AI ในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ไปจนถึงการศึกษานอกระบบ (สกร.) เพื่อให้เด็กไทยใช้ AI ได้อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย
.
“เมื่อเร็วๆ นี้ ศธ.ได้รับข้อเสนอแนะของผู้ใหญ่ของประเทศเกี่ยวกับการยกระดับการศึกษา ทั้งในส่วนของการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ในโรงเรียนชายขอบที่ใช้งานมานานกว่า 10-15 ปี จากจอโทรทัศน์รุ่นเก่าให้เป็นสมาร์ททีวีที่ทันสมัย การทบทวนการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาด้วยข้อสอบ O-NET ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จากเดิมที่เน้นระบบสมัครใจ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการส่งเสริมการสอนทักษะอาชีพ (ทวิศึกษา) เพื่อให้ผู้เรียนมีรายได้ทันทีหลังเรียนจบ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สพฐ. และ สอศ. และเตรียมจับมือทำงานร่วมกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เพื่อแชร์ทรัพยากร อุปกรณ์การสอน และหมุนเวียนบุคลากรครูร่วมกัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ศธ.จะหารือร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเต็มที่ต่อไป”
.
#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #ศึกษาธิการ #eOffice
บทความที่เกี่ยวข้อง