มอบ 5 ภารกิจ ยกระดับการศึกษาภูมิภาค ต้องเกิดจริง ไม่ใช่แค่บนกระดาษ

24 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายและทิศทางการจัดการศึกษาของ ศธ. ในภูมิภาค ในการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค ณ โรงแรมรอยัล ซิตี้ กรุงเทพฯ ซึ่งสำนักงานปลัด ศธ. จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาและยกระดับคุณภาพการศึกษา สอดคล้องและเชื่อมโยงกับจุดเน้นเชิงนโยบายผ่าน 5 ภารกิจหลัก เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

.

นายประเสริฐกล่าวกับผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารศึกษาธิการภาคและจังหวัดทั่วประเทศว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เป็นภารกิจที่ทุกท่านจะได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนประเทศของเรา นโยบายที่พูดไม่ได้มีเพียงในกระดาษ แต่อยากให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยฝากให้ผู้บริหารต้องมีความรอบรู้นโยบายด้านการศึกษาภาพรวมของประเทศ ทั้งนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา นโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเอง ตลอดจนข้อมูลภาพรวมระดับจังหวัด และข้อมูลจังหวัดที่มีบริบทแตกต่างกัน เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา

.

1. นโยบายคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก โดยแก้ปัญหาภาระงานเอกสารที่กัดกินเวลาสอนของครู ซึ่งปัจจุบันใช้เวลาทำงานสูงถึง 120–150% ผ่าน 3 แผนปฏิบัติการ คือ การลดตัวชี้วัด สพฐ. จาก 151 เหลือเพียง 43 ตัว พร้อมยกเลิก ITA ระดับโรงเรียน เพื่อปลดภาระจริง, การนำร่องครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสนี้ และการบูรณาการข้อมูลผ่าน EduPass ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นให้ครูกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว แต่ใช้ได้กับทุกระบบของกระทรวงฯ ภายในปีงบประมาณ 2570

2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส โดยเตรียมนำเสนอการปรับสูตรจัดสรรงบฯ รายหัวใหม่ให้ ครม. พิจารณาภายในสิ้นปีนี้ โดยเน้นตัวเด็กเป็นศูนย์กลาง, การตั้งเป้าดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบ Thailand Zero Dropout ให้ได้ 500,000 คน ในปีงบประมาณนี้ พร้อมติดตามรายงานตัวเลขทุกไตรมาส และทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ ให้กระจายทุนสู่เด็กเก่งที่ขาดโอกาสในทุกจังหวัดอย่างจริงจัง ไม่กระจุกตัวเฉพาะเมืองใหญ่

3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง อยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทาง AI Literacy Framework ผ่านการขับเคลื่อน AI For All โดยให้ทุกจังหวัดมีแผนพัฒนา AI Literacy อย่างน้อย 1 หลักสูตรแก่ครูภายในปีนี้ พร้อมตั้งเป้าใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะจริงในโรงเรียนนำร่องครบทุกภาคภายในปีการศึกษา 2570

4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ได้กำชับให้ศึกษาธิการภาคและจังหวัด เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย และต้องตอบสนองได้ภายใน 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ

5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. การศึกษาฯ ฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยเน้นรับฟังเสียงจากพื้นที่และส่งต่อส่วนกลาง ตลอดจนภาคประชาชนที่หลากหลาย เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นของทุกคนอย่างแท้จริง ก่อนที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้

.

นายประเสริฐกล่าว ว่า “ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารและศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค นำนโยบาย 5 ด้านไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง ไม่เป็นเพียง ‘กระดาษ’ พร้อมลุยเคลียร์ประเด็นความโปร่งใสและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง การทำงานและยุทธศาสตร์พื้นที่ในเรื่องต่างๆ ทั้งการเร่งลดตัวชี้วัด สพฐ. จาก 141 ตัว ให้เหลือไม่เกิน 50 ตัว และลดการรายงาน ITA ของโรงเรียนที่ไม่จำเป็น พร้อมเร่งรัดจัดทำแผนระบบครัวกลาง Cloud Kitchen โดยเฉพาะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อส่งข้อมูลการดำเนินงานโดยเร็ว และที่สำคัญคือการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ซึ่งตั้งเป้าดึงเด็กกลับเข้าระบบ 500,000 คน เพื่อเตรียมความพร้อมที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานร่วมกับ UNESCO ในฐานะผู้นำและต้นแบบของอาเซียนด้านการไม่ทิ้งเด็กนอกระบบการศึกษา” .

โดยในด้านการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง อยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทาง AI Literacy Framework และระบบฐานข้อมูลดิจิทัล AI Framework เพื่อเป็นกรอบทักษะ AI ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เรียนระดับปฐมวัยไปจนถึงอาชีวะ รวมทั้งครูผู้สอนและผู้บริหาร โดยเตรียมลงนาม MOU ร่วมกับ INET ในวันจันทร์นี้ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลกลางไร้รอยต่อ และสร้าง Student ID ไปจนถึง Teacher ID ให้กรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว เพื่อมุ่งสู่การเป็นกระทรวงไร้กระดาษภายในต้นปี 2570

.

นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า การจัดทำยุทธศาสตร์ตามบริบทจังหวัดเป็นเรื่องจำเป็น และมอบให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยเน้นความต่างของพื้นที่และงบประมาณรายหัว พร้อมบูรณาการร่วมกับทั้งหน่วยงาน สถานศึกษา และเครือข่ายในระดับพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งผมเชื่อมั่นในศักยภาพ ความสามารถและความมุ่งมั่นของทุกท่านว่า เมื่อเราทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เราจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการให้ประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง เพื่อสร้างระบบการศึกษาไทยที่ทันสมัย เท่าเทียม และยั่งยืนให้กับเยาวชนไทยทุกคน เพราะความแข็งแกร่งของการศึกษาไทยที่ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’

.

#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #ศึกษาธิการ #คืนเวลาให้ครู #ZeroDropout #AIForAll #โรงเรียนปลอดภัย