รัฐวางเป้าหมายสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ ซึ่งต้องอาศัยกระทรวง อว. ทั้งนั้น แต่งบกลับน้อยที่สุด แถมยังถูกตัดซ้ำ

เมื่อค่ำวันที่ 7 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2-3 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายในมาตรา 13 ระบุว่าทุกเรื่องที่จะสร้างรายได้และพาประเทศไทยไปข้างหน้า ล้วนต้องอาศัยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นเครื่องยนต์หลัก แต่เมื่อเปิดดูงบประมาณจริงกลับพบว่ามีงบน้อยกว่าประเทศอื่นมาก

.

[ทุกนโยบายเศรษฐกิจใหม่ที่รัฐบาลประกาศ ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของ อว.]

.

นายจาตุรนต์ระบุว่า ประเทศไทยหากจะเดินหน้าพัฒนาต่อไป จำเป็นต้องอาศัยกระทรวงต่างๆ ตามนโยบายด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาไว้หลายเรื่อง โดยรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงการคลังและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เคยพูดถึงการตั้งเป้าเศรษฐกิจ AI ให้สร้างมูลค่าถึง 5% ของ GDP ดึงดูดการลงทุนด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และชิปดีไซน์ให้ได้ถึงแสนล้านบาท รวมถึงนโยบายและโครงการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการที่ BOI อนุมัติโครงการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ไปแล้วถึง 5 แสนล้านบาท ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวง อว. ก็ได้พูดถึงเรื่อง AI เซมิคอนดักเตอร์ การสร้างรายได้จากการแพทย์และสุขภาพ การสร้างธุรกิจจากงานวิจัย และการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย

.

“ทั้งหมดนี้ต้องการการพัฒนากำลังคน ยกระดับทักษะ ต้องการการวิจัยพัฒนา ต้องการการถ่ายทอดเทคโนโลยี การขับเคลื่อนเอไอ ต้องการการพัฒนานวัตกรรม และทุกเรื่องที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง อว.” นายจาตุรนต์กล่าว

.

[เทียบต่างประเทศใช้งบหลักแสนล้าน แต่ไทยพัฒนาคนได้แค่หลักพัน บางปีเป็นศูนย์]

.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในเรื่องการพัฒนากำลังคน การพัฒนานวัตกรรม วิจัยพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี ประเทศเหล่านั้นใช้งบประมาณกันเป็นหลักหลายหมื่นล้าน บางประเทศใช้เป็นแสนล้าน แต่กระทรวง อว. ของไทยกลับมีงบประมาณน้อยมาก โดยเมื่อดูตามเอกสารงบประมาณ งบประมาณด้านการพัฒนากำลังคนบางส่วนพัฒนาคนได้เพียงหลักพันคน ส่วนงบด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี งบบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล และงบส่งเสริมการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ ก็อยู่ในหลักสิบล้านถึงเก้าสิบล้านบาทเท่านั้น 

.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ตนเคยอภิปรายและเสนอไว้แล้วในชั้นวาระแรกว่า หากประเทศจะพัฒนาจะทำสิ่งต่างๆ ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ แต่งบประมาณของ อว. ที่มีอยู่นั้นน้อยเกินไป จะไม่สามารถตอบสนองนโยบายเหล่านั้นได้ แต่ในวาระ 2 กลับตัดงบส่วนนนี้ออกไปอีก

.

[ชี้กองทุนวิจัย 4,000 ล้าน ก็ไม่ใช่งบที่กระทรวง อว. สั่งการได้]

.

นายจาตุรนต์ระบุว่า อาจมีกรรมาธิการบางท่านชี้แจงว่างบเหล่านี้ความจริงมีอยู่แล้วในกองทุนหมุนเวียนตามมาตรา 39 ซึ่งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับเพิ่มมา 4,000 ล้านบาท

.

“แต่ว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีการบริหารโดยเฉพาะของเขา ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ไม่ใช่กระทรวง อว. จะไปสามารถดำเนินการเรื่องต่างๆ เรื่องที่จำเป็นทั้งหลาย เพื่อให้สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศดังที่กล่าวมา” นายจาตุรนต์กล่าว

.

นายจาตุรนต์สรุปว่า จำเป็นต้องมีการปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ เพราะเมื่อตัดงบไปแล้วควรมีขั้นตอนให้คณะรัฐมนตรีเสนอโครงการที่มียุทธศาสตร์สอดคล้องนโยบายกลับเข้ามาใหม่ เพื่อจัดสรรงบให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ แต่การจัดทำงบประมาณครั้งนี้กลับไม่มีขั้นตอนดังกล่าว จึงเป็นงบประมาณที่ไม่อาจเป็นที่พึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้

.

#พรรคเพื่อไทย #จาตุรนต์ฉายแสง #ประชุมสภา #งบประมาณปี70