‘จุลพันธ์’ เดินหน้าดันแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำต้อง ‘แสวงหาจุดร่วม’ ภายใต้กรอบกฎหมาย ส่วนคดีฮั้ว สว. เป็นหน้าที่ กกต. ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนโปร่งใส
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงทิศทางทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงฝ่ายค้าน โดยระบุถึงกรณีดราม่าในโซเชียลมีเดียระหว่าง นายภูมิธรรม เวชชัย กับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าเป็นเรื่องนอกสภาที่ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชน แต่ในระดับพรรคและงานสภานั้น ตนยังมีความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกพรรคประชาชน มีการพูดคุยประสานงานกันอย่างใกล้ชิด และพร้อมเปิดกว้างทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประชาชน ส่วนการร่วมงานในอนาคตมองว่า “ไม่มีอะไรยากในการเมือง” แม้ยุคนี้จะไม่มีใครชนะแลนด์สไลด์เหมือนอดีต แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมการการเมืองและอุดมการณ์ที่สอดคล้องกัน
.
สำหรับทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายจุลพันธ์ ย้ำจุดยืนว่า พรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและไม่เคยลงมติแตกแถว พร้อมเดินหน้าผลักดันการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมติประชามติอย่างเป็นรูปธรรม แต่การจะผ่านด่านสำคัญโดยเฉพาะเสียงเห็นชอบจากวุฒิสภา (สว.) ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 นั้น จำเป็นต้อง “แสวงหาจุดร่วม” เพื่อให้เกิดขึ้นได้จริงภายใต้กรอบกฎหมาย
.
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้กล่าวถึงภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคและรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยในคดีฮั้ว สว. โดยยืนยันว่าช่วงพรรคเพื่อไทยบริหารประเทศได้ทำหน้าที่เต็มที่จนมีการดำเนินคดีไปถึง 2 รัฐมนตรี จึงไม่มีอะไรน่ากังขา เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการขององค์กรอิสระก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน และไม่กังวลหากฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 หรือ 152 เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลพร้อมชี้แจง
.
ส่วนกระแสข่าวการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล นายจุลพันธ์ ชี้ว่าเป็นสิทธิการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยไม่มีเงื่อนไขใดเพิ่มเติม และมองว่าหากได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นก็ถือเป็นเรื่องดี ขณะเดียวกันยืนยันว่า ไม่ต้องมีการเคลียร์ใจใดๆ กับพรรคภูมิใจไทยกรณีพยานให้การพาดพิงก่อนหน้านี้ เพราะความสัมพันธ์ภายในรัฐบาลยังคงแน่นแฟ้นและไม่มีประเด็น ค้างคากัน
.
#พรรคเพื่อไทย #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #หัวหน้าพรรค #แก้รัฐธรรมนูญ