‘เศรษฐา’ ผลักดัน ‘เสริมกล้า’ ลุยรับซื้อนม อ.ส.ค. แก้วิกฤตนมล้นตลาด ก่อนส่งต่อโภชนาการถึงเด็กและผู้พิการ ยืนยันพร้อมสนับสนุนภาครัฐ-เอกชน จัดหาสื่อการเรียนการสอน เพิ่มศักยภาพ พร้อมรับผู้พิการเข้าทำงานจริง
วันที่ 24 กันยายน เวลา 09.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อตั้งมูลนิธิเสริมกล้า เดินหน้าทำประโยชน์เพื่อสังคมโดยรับซื้อผลผลิตเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน หลังองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ประสานขอความช่วยเหลือจากวิกฤตเกษตรกรโคนมไทยพบนมดิบล้นตลาด ก่อนจะนำมาให้กับสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จ.นนทบุรี เพื่อโภชนาการที่ดีต่อเด็ก โดยมีนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นตัวแทนรับมอบ
.
นายเศรษฐา กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการสานต่อภารกิจช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง จากเคยระดมรับซื้อนมล็อตใหญ่ นำไปส่งมอบให้กับมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และพื้นที่ขาดแคลน ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกของประเทศไทยในโครงการราชบุรี Zero Dropout มาแล้ว ตนเห็นว่าการดำเนินการในส่วนนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาผลกระทบให้เกษตรกรโคนมไทยพ้นวิกฤตน้ำนมล้นตลาดแล้ว ยังเป็นการดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก เยาวชน และผู้พิการ ให้ได้รับสารอาหารและโภชนาการที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืนด้วย .
.
นอกจากนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน ยังกล่าวต่อว่าได้เยี่ยมสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จ.นนทบุรี ตนเห็นว่าอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามามีความสำคัญต่อการพัฒนาคน พัฒนาทักษะชีวิต ควรมีองค์กรมาช่วยสนับสนุนเรื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มการเรียนรู้ให้เด็ก สำหรับสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ ซึ่งมีเด็กผู้พิการจำนวนมากต้องใช้แพมเพิร์สเฉลี่ยวันละ 3 ชิ้นต่อ 1 คน ซึ่งตรงนี้ก็ยังมีความขาดแคลน ตนจึงขอให้ทาง พม. สำรวจมาว่าต้องการชนิดใด ขนาดใดบ้าง
.
อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนตุลาคมนี้ มูลนิธิเสริมกล้าจะมาฝึกอาชีพให้กับผู้พิการ เพื่อในวันข้างหน้าจะมีตลาดรองรับแรงงานกลุ่มนี้เข้าทำงานในบริษัทเอกชนชั้นนำ ที่บริษัทแสนสิริเอง เรารับผู้พิการเข้าทำงานจริง เริ่มจากพูดคุยและหาความชอบในสิ่งที่เค้าอยากทำจริงๆ ไม่ใช่แค่จ้างมาเพื่อมานั่งเสริมให้บริษัทดูดี ต้องให้เค้าได้ทำงานเพื่อเพิ่ม skill ของตัวเค้าให้ได้ใช้ต่อยอดดูแลชีวิตได้ในระยะยาว
.
“แม้วันนี้บทบาทในทางการเมืองจะเปลี่ยนไป แต่ความตั้งใจในการขับเคลื่อนสังคมของผมไม่เคยลดลง ผมยืนยันว่าความต่อเนื่องเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ ผมจะนำประสบการณ์และความมุ่งมั่นมาลุยงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านมูลนิธิเสริมกล้า ที่ผมร่วมก่อตั้งขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษา สุขภาพ กีฬา รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศไทย โดยมูลนิธิเสริมกล้าจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมในการผสานพลังระหว่างภาคธุรกิจ เครือข่ายพันธมิตร และผู้ที่มีความพร้อม มาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสังคมให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยในระยะยาว” นายเศรษฐา กล่าว
.
#พรรคเพื่อไทย #เศรษฐาทวีสิน #นิกรโสมกลาง
บทความที่เกี่ยวข้อง
‘ศึกษา’ จับมือ ‘เกษตร’ สนับสนุนคนไทยดื่มนม ยกระดับทั้ง ‘คุณภาพ–ปริมาณ’ เริ่มจากเด็กนักเรียน
อ่านต่อ









