‘วัชระพล’ รุดติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว สั่งกรมประมงจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ‘เจอ–แจ้ง–จับ’ ย้ำบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ขอความร่วมมือ ปชช.อย่าปล่อยลงแหล่งน้ำ พร้อมช่วยกันกำจัดออกระบบนิเวศ
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมด้วย ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากได้รับรายงานการพบปลาหมอคางดำในพื้นที่แล้วกว่า 100 ตัว
นายวัชระพล เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว และพื้นที่เชื่อมต่อ “ค้นให้เจอ จับให้เร็ว หยุดการแพร่กระจาย” โดยให้หน่วยงานชลประทานพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางป้องกันปลาหมอคางดำ ที่หลุดรอดลงในลำน้ำเชื่อมต่อจากอ่างเก็บน้ำ เช่น จัดทำระบบกรองกั้นบริเวณคลองส่งน้ำ และให้กรมประมงดำเนินการควบคุม-กำจัด ปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในปลาวัยรุ่นที่จะสืบพันธุ์ เพื่อควบคุมกำจัดประชากร และให้ประเมินระยะเวลาการแพร่พันธุ์ เพื่อให้กรมประมง ทำงานได้ทันเวลาก่อนที่ปลาหมอคางดำจะแพร่กระจาย พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำในจุดรอยต่อ หรือพื้นที่ลำน้ำสาขา เพื่อส่งตรวจ e-DNA เป็นการตรวจสอบเชิงรุกว่า มีหลักฐานยืนยันการแพร่พันธุ์และการตั้งประชากรในแหล่งน้ำดังกล่าวแล้วหรือไม่ พร้อมรายงานผลโดยเร็ว โดยตรวจเพิ่มใน 4 จุดที่พบปลาหมอคางดำ ได้แก่ บ้านนาอวน บ้านโคกครึม บ้านท่าเรือ และบ้านแหลมทอง อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี เพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่รอยต่อ
นอกจากนี้ยังสั่งการให้จัด Mobile Unit “เจอ–แจ้ง–จับ” โดยพี่น้องประชาชนหากเจอปลาหมอคางดำสามารถแจ้งกรมประมงทาง QR code และ ให้กรมประมง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรถ เรือ เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ ให้เข้าจับทันที เมื่อได้รับแจ้ง เพื่อลดเวลาจาก “พบปลา” ถึง “จับออกจากแหล่งน้ำ” ให้กรมประมงโดยประมงจังหวัดรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ทุก 2 สัปดาห์ และขอความร่วมมือในการบูรณาการทุกภาคส่วนกับผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจภาค ในการตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำ หากพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประมง ห้ามครอบครองอย่างเคร่งครัด พร้อมให้กรมประมง ทำงานเชิงรุก ร่วมกับเครือข่ายชาวประมงและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อค้นให้เจอ และจับออกให้เร็ว และมากที่สุด โดยประชาชน สามารถใช้เครื่องมือที่กฎหมายอนุญาต เช่น เบ็ด ข่าย แห ยอ และลอบ ได้ แต่ยังห้ามใช้กระแสไฟฟ้า หรือสารเคมี กากชา เองโดยเด็ดขาด และเตือนพี่น้องประชาชน ห้ามเลี้ยง เพาะพันธุ์ หรือขนย้ายโดยเด็ดขาด และช่วยกันตรวจสอบเบาะแส หรือแหล่งที่มาของลูกปลาหมอคางดำ หากพบปลาหมอคางดำหรือปลาที่สงสัยได้ว่าเป็นปลาหมอคางดำ แจ้งผ่าน QR Code ทันทีเพื่อเร่งจับโดยด่วน
ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการเชิงรุกใน 5 มาตรการในพื้นที่เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์เชิงรุก ในเขื่อนลำปาวแล้ว ทั้งการจำกัดการแพร่กระจาย การสร้างการรับรู้ และเครื่อข่ายเกษตรกรเพื่อการจับออก และตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของลูกพันธุ์สัตว์น้ำ การส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์และใช้มาตรการทางกฎหมาย
ส่วนกรณีการตรวจพบปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ หรือ ตัวโตเต็มวัย เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยหรือไม่นั้น นายวัชระพล ชี้แจงว่า ยืนยันได้ว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเลย แต่เป็นเพราะคนนำพามาเท่านั้น เพราะปลาหมอฯ ไม่สามารถข้ามจากจังหวัดชายฝั่งมาเองได้ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ปราบปรามและกำจัดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่พบ ซึ่งตามธรรมชาติปลาหมอคางดำ เป็นปลาที่อาศัยอยู่เป็นฝูง อยู่นิ่งประจำที่ ไม่อพยพ เว้นแต่จะถูกกระแสน้ำ หรือพายุพัด การพบปลาขนาดใหญ่ในจุดใหม่ จึงสามารถสรุปได้ว่าเกิดจากคนลักลอบเคลื่อนย้ายเท่านั้น ซึ่งกรมประมง ได้ประสานบังคับใช้ ประกาศกระทรวงฯ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง พ.ศ. 2567 ให้ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเคลื่อนย้ายอย่างเด็ดขาดแล้ว
นายวัชระพล กล่าวยืนยันถึงมาตรการทั้งหมดที่กำหนดขึ้น ว่า เชื่อว่าจะสกัดกั้นการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำไม่ให้ไปยังลำน้ำสาขาได้จริง แต่ต้องขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด และตนได้สั่งการใช้กฎหมายเข้มงวดในการปราบปราม โดยให้กรมชลประทาน เข้ามาร่วมบูรณาการจัดทำระบบกรองกั้นบริเวณคลองส่งน้ำ เพื่อดักปลาไม่ให้หลุดออกไปอีกทางหนึ่ง
นายวัชระพล ชี้แจงอีกว่า สาเหตุที่ที่ผ่านมามาตรการรับมือถึงไม่ได้ผลเท่าที่ควรนั้น ยอมรับว่าบางส่วน เกิดจากความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณ และกำลังบุคลากรที่ไม่เพียงพอ ตนจึงได้ยกระดับการแก้ไขปัญหา โดยดึงภาคประชาชน และอีก 29 หน่วยงานเครือข่าย เข้ามาร่วมระดมสรรพกำลัง รวมถึงของบประมาณ เพื่อจัดสรรอุปกรณ์ ในการจัดการปัญหานี้ให้จบ อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และเชื่อมั่นว่าการจำกัดพื้นที่การระบาด ควบคุมให้อยู่ในรัศมีรอบจุดที่พบไม่เกิน 5–10 กิโลเมตร โดยจะสุ่มตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการตั้งด่านกักกัน ตั้งจุดสังเกตการณ์บริเวณปากลำน้ำสาขา โดยกรมประมงสนับสนุนเครื่องมือจับปลาให้เครือข่ายชาวประมงร่วมเฝ้าระวัง และการดึงชุมชนมีส่วนร่วม ส่งเสริมการจับไปแปรรูป โดยประสานทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกำจัดและจำกัดจำนวนปลา
ส่วนเหตุใดไม่นำปลาหมอคางดำที่จับได้ใน จ.กาฬสินธุ์ ไปทำ “ปลาร้า” จำหน่ายเหมือนพื้นที่อื่นนั้น นายวัชระพล ระบุว่า ปัจจุบันปริมาณปลาหมอคางดำที่จับได้ใน จ.กาฬสินธุ์ ยังคงมีจำนวนน้อยมากจึงยังไม่ได้รับทำปลาร้าเป็นหลัก เพราะไม่เพียงพอที่จะป้อนเข้าโรงงานอุตสาหกรรม ต่างจากพื้นที่ระบาดหนัก เช่น กลุ่มจังหวัด 3 สมุทร ที่มีปริมาณมากจนทำแปรรูปขายได้แล้ว
#เพื่อไทย #วัชระพลขาวขำ #ปลาหมอคางดำ #เขื่อนลำปาว #กาฬสินธุ์
บทความที่เกี่ยวข้อง









