‘จาตุรนต์-ฐิติมา’ ชง 6 ข้อเร่งด่วน แนะรัฐบาลตั้ง ‘ศูนย์บัญชาการน้ำท่วม’ ปฏิรูประบบเตือนภัย มอบอำนาจท้องถิ่นจัดการภัยพิบัติ
30 ก.ย. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายถึงสถานการณ์อุทกภัยและแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยเน้นย้ำให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเป็นระบบ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ พร้อมเสนอ 6 มาตรการสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบัญชาการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที
นายจาตุรนต์ เปิดเผยข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 30 กันยายน ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมครอบคลุม 31 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 1.04 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 2.9 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตสะสม 24 ราย ขณะที่ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้นอยู่ที่ราว 10,000–20,000 ล้านบาท โดยตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้เนื่องจากการประเมินส่วนใหญ่เน้นเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME และภาคธุรกิจ อีกทั้งสถานการณ์ในหลายพื้นที่ยังคงวิกฤติ เช่น กรุงเทพฯ โซนร่มเกล้า-คลองจั่น, ฉะเชิงเทรา, ระยอง, กาญจนบุรี รวมถึงสมุทรสงครามที่มีคำสั่งอพยพประชาชนแล้ว
นายจาตุรนต์ เตือนว่าสถานการณ์น้ำท่วมในรอบสัปดาห์นี้ถือเป็นน้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่และเหนือพื้นที่นั้นๆ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ในช่วงวันที่ 5–8 ตุลาคมนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนตกหนักระลอกใหม่ในภาคเหนือและภาคอีสาน ประกอบกับน้ำเหนือที่กำลังไหลบ่าลงมา จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมซ้ำซ้อนเหมือนกับมหาอุทกภัยปี 2554 มารวมกับสถานการณ์น้ำท่วมปีปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น อ่างเก็บน้ำหลักในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกมีความจุสูงถึง 91–92% ส่งผลให้ต้องเร่งระบายน้ำเพิ่ม ท่ามกลางภาวะน้ำทะเลหนุนสูงและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงกว่าลำคลอง ทำให้น้ำอาจท่วมขังยาวนานเป็นเดือน
จากการลงพื้นที่และติดตามปัญหา นายจาตุรนต์ ได้สะท้อนข้อบกพร่องสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
1. ระบบการเตือนภัย แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศเตือนภัยกว่า 18 ฉบับ แต่ไม่สามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติงานจริง หน่วยงานและประชาชนไม่รู้แนวทางรับมืออย่างเป็นรูปธรรม
2. การขาดเอกภาพในการสั่งการ ไม่มีการบูรณาการข้อมูล การประกาศเขตภัยพิบัติล่าช้า และขาด “ศูนย์บัญชาการและประสานงาน” ทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด เพื่อระดมสรรพกำลังจากส่วนกลางมาร่วมแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.
3. การขาดแคลนเครื่องมือและเทคโนโลยี ขาดแคลนเรือท้องแบนและเครื่องสูบน้ำอย่างหนัก อีกทั้งยังไม่ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างโดรนมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพในการสำรวจข้อมูลและส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ นายจาตุรนต์ ได้เสนอแนะมาตรการเร่งด่วน 6 ข้อต่อรัฐบาล ประกอบด้วย
1. จัดตั้งศูนย์บัญชาการ อำนวยการ และประสานงาน ต้องตั้งศูนย์บัญชาการทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัดอย่างเร่งด่วนในทุกพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยง
2. ปรับปรุงระบบเตือนภัย พัฒนาระบบเตือนภัยให้ทันท่วงที ชัดเจน และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติการจริงได้ทันที
3. ปฏิรูประบบข้อมูลน้ำ นำเทคโนโลยีมาประมวลผลข้อมูลเส้นทางน้ำ ระดับน้ำ และพิกัดชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อวางแผนบริหารจัดการได้อย่างแม่นยำ
4. ปลดล็อกงบประมาณท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณสนับสนุน อบจ. และ อปท. เพื่อให้สามารถจับมือร่วมงานกับภาคเอกชนและมูลนิธิกู้ภัย พร้อมดูแลความเป็นอยู่และจัดศูนย์พักพิงในชุมชนที่ต้องอยู่กับน้ำขังยาวนาน
5. ระดมเครื่องจักรและเครื่องมือขนานใหญ่ เคลื่อนย้ายและระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเรือข้ามจังหวัดอย่างเป็นระบบ รวมถึงการเปิดทางน้ำระบายข้ามถนนใหญ่เพื่อลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง
6. ตั้งหลักแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ บริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและรองรับสถานการณ์ในอีก 1 เดือนข้างหน้าอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการเตรียมการสำหรับปีหน้า
ด้าน นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา อภิปรายด้วยว่า ระบบการจัดการภัยพิบัติของประเทศไทยทำงานได้ทันต่อความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างรอกัน โดยน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. แต่กว่าผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศพื้นที่สาธารณภัยก็ผ่านไปหลายวัน สรุปแล้วประชาชนรอความช่วยเหลือไปหลายวัน ซึ่งเรากระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นแล้ว ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยต้องทำให้ท้องถิ่นรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง หรือใช้งบประมาณส่วนไหน ในการรับมือภัยพิบัติ
นางฐิติมา กล่าวว่า อีกปัญหาคือการประสานงาน ในพื้นที่มีความโกลาหล ประชาชนไม่รู้ได้ว่าต้องโทรหาใคร อีกทั้ง ประเทศไทยมีน้ำท่วมทุกปี พวกอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือ เช่น เรือ เครื่องสูบน้ำ กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่พอเกิดเหตุการณ์ของพวกนี้หายไปอยู่ไหน เราจะสามารถรู้ได้ไหมว่าของพวกนี้อยู่ตรงไหนบ้าง พร้อมกับอยากเห็นศูนย์บัญชาการภัยพิบัติ ที่มีผู้เชี่ยวชาญ ทำงานได้จริง
#พรรคเพื่อไทย #จาตุรนต์ฉายแสง #ฐิติมาฉายแสง #น้ำท่วม #ประชุมสภา
บทความที่เกี่ยวข้อง