‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ยื่นอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องคดีการเมืองทุกกลุ่ม ปลดล็อก 6,000 คดีการเมือง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข อัยการสูงสุดเตรียมออกหนังสือเวียนกำชับให้อัยการทั่วประเทศปฏิบัติตามกฎหมายนิรโทษกรรม ย้ำคดีชุมนุมสนามบินไม่ต้องจ่าย คดีชดใช้ทางแพ่ง-เตรียมถอนฎีกาคดีม็อบ กปปส.
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เข้ายื่นหนังสือถึงนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง ตาม พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข
.
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ตนเองได้ยื่นหนังสือขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งปฏิบัติตาม พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยขอให้พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดที่บัญญัติไว้ในท้าย พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งจากการประเมินสำรวจพบว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เกี่ยวข้องกับคดีมูลเหตุปัจจัยทางการเมือง ที่ประกอบด้วย 3 ม็อบหลัก ได้แก่ 1. การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 2. กลุ่ม กปปส. และพันธมิตร 3. แนวร่วม “กลุ่มราษฎร” (กลุ่มม็อบ 3 นิ้ว) ต้องคดีอาญาจำนวนมาก รวมแล้วไม่น้อยกว่า 6,000 คน
.
ซึ่งภายหลังกฎหมายบังคับใช้ ในทางปฏิบัติ ตนได้ยื่นหนังสือไปยังศาลยุติธรรม ซึ่งที่ผ่านมาที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ส่งแนวทางปฏิบัติผ่านทางสำนักงานศาลยุติธรรม ไปถึงศาลทั่วประเทศให้มีแนวปฏิบัติแบบเดียวกัน ให้ศาลสามารถใช้ดุลยพินิจมีคำสั่งทางคดีได้ทันทีในความผิดที่ตรงตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายฉบับนี้
.
ที่ผ่านมาศาลมีคำสั่งยุติคดีและปล่อยตัวจำเลยหลายราย แต่ก็พบว่าในการยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนเพื่อยุติคดียังมีพนักงานอัยการยื่นคำร้องคัดค้าน จึงเป็นเหตุให้ตนมายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดเพื่อให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีการติดขัดในการปฏิบัติตามกฎหมาย
.
โดยนายณัฐวุฒิระบุว่าความผิดที่เกี่ยวข้องกับมูลเหตุทางการเมือง แม้มีข้อหาอื่น ๆ ที่ไม่เป็นข้อยกเว้น ก็จะได้อานิสงส์จาก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมครั้งนี้ด้วย โดยยืนยันว่าจะทำการยื่นให้ครบทุกคน ส่วนหลังจากนี้หากมีการชุมนุมอีกก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ ตนไม่อาจก้าวล่วงได้
.
นายประยุทธ เพชรคุณ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยครอบคลุมเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 ถึง 2568 หากมีเหตุเกิดขึ้นหลังจากนั้นจะไม่เข้าข่ายนิรโทษกรรม โดยจะครอบคลุมทั้งทางแพ่งและทางอาญา ยกเว้น คดีมาตรา 112, คดีทุจริต, คดีแพ่ง-อาญาที่เกิดขึ้นกับเอกชน และความผิดส่วนตัว หรือไปชุมนุมจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเรียกว่าถ้าไม่เข้าข้อยกเว้นผู้ที่กระทำผิดจะได้อานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้มีผลทันที
.
ส่วนเรื่องความเสียหายทางแพ่ง จะได้รับการนิรโทษกรรมในส่วนการกระทำที่ไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ บางทีเกิดความเสียหายระดับร้อยล้านบาท ถือว่าไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง เนื่องจากกฎหมายยกเว้นทั้งแพ่งและอาญา
.
ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางท่านอัยการสูงสุดได้มีการประชุมออนไลน์กับผู้บริหารที่ประจำอยู่ที่สำนักงานอัยการตึกรัชดาภิเษก ก็ได้มีข้อสั่งการให้ผู้บริหารของสำนักงานไปปฏิบัติตามกฎหมายนี้ และให้สำนักงานวิชาการซักซ้อมแนวทางและเวียนหนังสือให้อัยการทั่วประเทศทราบแนวปฏิบัติ โดยให้นโยบายว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่ากลุ่มการเมืองฝั่งไหน ให้ได้รับประโยชน์ภายใต้กฎหมายนี้เท่ากันทุกคนและจะรอช้าไม่ได้ โดยให้บังคับได้ทันที โดยไม่ต้องรอผลจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ
.
#พรรคเพื่อไทย #ณัฐวุฒิใสยเกื้อ #คดีการเมือง #นิรโทษกรรม #นปช #เสื้อแดง
บทความที่เกี่ยวข้อง