‘วัชรพล-อดิศร’ สส.เพื่อไทย ร่วมสะท้อนสภาฯ แก้ พ.ร.บ.ขนส่งฯ ชี้ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นต้องส่งทั้ง “งาน-เงิน-คน” เตือนบทเรียนอดีตโอนแต่งานแต่ไร้งบ ทำท้องถิ่นแบกรับภาระ

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา และนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งมีเสนอเข้ามาทั้งหมด 3 ร่าง ได้แก่ ร่างของนายสุรเชษฐ์ ปวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ, ร่างของนายนิกร จำนงค์ กับคณะ และร่างของคณะรัฐมนตรี นั้น

.

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ กล่าวว่า สาระสำคัญของทั้ง 3 ร่าง ต่างมุ่งเน้นการแก้ไขระบบบริการขนส่งสาธารณะเพื่อให้กระจายตัวทั่วถึง เกิดความเป็นธรรม และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยยึดหลักการกระจายอำนาจโอนถ่ายภารกิจให้แก่ท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ศ. 2542

.

สำหรับการอภิปรายในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการคัดค้านร่างใด แต่ต้องการนำเสนอข้อเท็จจริงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะ โดยมองว่าการกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่ดี บทเรียนในอดีตมักมีการปรามาสว่างบประมาณที่ส่งจากส่วนกลางเปรียบเหมือน “แท่งไอติม” ที่ค่อย ๆ ละลายหายไปตามทางกว่าจะถึงท้องถิ่น หรือสบประมาทว่าผู้บริหารท้องถิ่นขาดความรู้ความเข้าใจ ทว่าในปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่า ท้องถิ่นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแล ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาพื้นที่ของตนเอง

.

อย่างไรก็ตาม นายวัชรพล ได้ตั้งข้อสังเกตและเห็นแย้งในประเด็นการกระจายอำนาจด้านการขนส่งสาธารณะ หากมีการปรับเปลี่ยนให้ผู้บริหารท้องถิ่น เช่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มาเป็นประธานคณะกรรมการขนส่งทางบกระดับจังหวัดแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะซ้ำรอยบทเรียนในอดีต เหมือนกรณีการถ่ายโอนภารกิจถนนสายหลักหรือทางหลวงชนบท ที่ในตอนแรกท้องถิ่นดีใจเพราะคิดว่าจะได้รับทั้งงาน คน และงบประมาณ แต่สุดท้ายกลับได้เพียงภารกิจโดยไร้งบประมาณและบุคลากร จนหลายแห่งต้องขอคืนภารกิจกลับไป

.

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงของระบบขนส่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทำให้พฤติกรรมประชาชนเปลี่ยนไป รถทัวร์ประจำทางลดลงอย่างมาก เช่น สายกรุงเทพฯ-โคราช หรือสายต่างจังหวัด ต่างประสบปัญหาขาดทุนและสัมปทานรถเมล์เดิมไม่ตอบโจทย์ แต่เมื่อท้องถิ่นจะเข้าไปจัดรถวิ่งเอง ก็ติดปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการทับสัมปทานกับเอกชน

.

ขณะเดียวกัน การจัดสรรภาษีล้อเลื่อนยังขาดความชอบธรรม โดย อบจ.โคราช ได้รับงบประมาณกว่า 800 ล้านบาท แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก เช่น เทศบาลตำบล หรือ อบต. กลับได้รับเพียงแห่งละไม่ถึง 1 ล้านบาท หรือล้านกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการนำไปปรับปรุงสถานีขนส่งหรือพัฒนาการขนส่งสาธารณะ ทำให้บางพื้นที่ประสบปัญหาขาดทุนจนต้องส่งคืนสถานีขนส่ง

.

นายวัชรพล กล่าวทิ้งท้ายโดยฝากถึงคณะกรรมาธิการฯ ให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า การเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นจะต้องให้มาทั้ง “งาน งบประมาณ และบุคลากร” อย่างครบถ้วน เพราะแม้การกระจายอำนาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากให้ไปโดยไม่พร้อม อาจกลายเป็นการเพิ่มภาระให้ท้องถิ่น และส่งผลกระทบต่อการบูรณาการเส้นทางขนส่งในภาพรวมของประเทศ จนทำให้การทำงานล่าช้ากว่าเดิม

.

ขณะที่ นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า จริงๆ ตนสนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจเพื่อให้ท้องถิ่นทำเรื่องขนส่ง แต่ขอพูดภาพใหญ่ขึ้นว่า เอาเข้าจริงแล้ว เรื่องที่เรากำลังถกเถียงก็คือเรื่องกระจายอำนาจ ที่มันอยู่ในทุกกฎหมาย แต่เรามาแก้เรื่องกระจายอำนาจกันทีละจุดทีละฉบับ ท้ายสุดก็จะพูดกันไม่จบสิ้น แต่ถ้าเราไปแก้เรื่องกระจายอำนาจ กฏหมายอื่นทุกฉบับก็จะถูกแก้ไปคราวเดียวกัน และที่สุดของการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ก็คือการผลักดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในจังหวัดใหญ่ๆ

.

นายอดิศร  ชี้ต้นตอความขัดแย้งเกิดจากโครงสร้างส่วนภูมิภาคที่ค้ำคอท้องถิ่น ไม่มีใครกล้าทำ แต่ถ้ามีผู้ว่าฯ เหมือนผู้ว่าฯ กทม. ก็จะสามารถมีอำนาจทำเรื่องขนส่งทางบกในจังหวัดตัวเองได้ และเรื่องเลือกตั้งผู้ว่าฯ นั้นพูดกันมาตั้งแต่สมัยช่วงปี 2535 หรือหลังกว่านั้น สมัยพลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็น หน.พรรคพลังธรรม ตอนนั้นก็เสนอให้เริ่มเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในจังหวัดใหญ่ (เช่น ขอนแก่น, โคราช, เชียงใหม่) เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ตนจึงเชื่อว่า หากเรามีการกระจายอำนาจท้องถิ่นด้วยการให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เองแล้ว ปัญหาอื่นก็จะได้แก้ไปในคราวเดียวกัน

.

#พรรคเพื่อไทย #วัชรพลโตมรศักดิ์ #อดิศรเพียงเกษ #ขนส่งทางบก #ประชุมสภา #กระจายอำนาจ