‘เพื่อไทย’ แนะปฏิรูป ก.ค.ศ. รอบด้าน เปิดทางครูทุกพื้นที่มีส่วนร่วม คัดกรรมการโปร่งใส-ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สส.พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 177
นายไตรภพ คำเพชร สส.อุดรธานี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับทางวุฒิสภาที่ปรับลดจำนวนคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร โดยวุฒิสภาตัดปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นส่วนในการสนับสนุนด้านพลศึกษา กีฬา การท่องเที่ยว และปราชญ์ท้องถิ่น ตัดกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก 9 คน เหลือ 6 คน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา ด้านบริหารบุคคล ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ และด้านการบริหารองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่จะไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเหล่านี้มาเป็นผู้กำหนดนโยบาย และได้มีการตัดผู้แทนครูจาก 12 คน เหลือ 9 คน
“เมื่อเราจะปฏิรูปการบริหารงานบุคคลของครู เราจะลดเสียงของครูลงไม่ได้ เพราะ ก.ค.ศ. ไม่ได้มีหน้าที่บริหารงานทั่วไป แต่เป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตความก้าวหน้าของข้าราชการครู คนที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของ ก.ค.ศ. ต้องมีเสียงใน ก.ค.ศ. อย่างเพียงพอ” นายไตรภพกล่าว
ด้านนายชาญชัย คำจำปา สส.นครพนม กล่าวว่า อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สร้างงาน สร้างคน สร้างประเทศ โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ขอให้ยึดเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. ขอให้ครูได้รับความเป็นธรรม 2. การคัดเลือกบุคลากรต้องมีความโปร่งใส 3. คุณภาพการเรียนต้องมีตัวชี้วัดชัดเจน
นายชาญชัย กล่าวว่า ต้องมีการพิจารณาให้ดีว่าผู้แทนครูผู้สอนที่จะมาเป็น ก.ค.ศ. มีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ ครูตามพื้นที่ห่างไกลจะได้รับเสียงสะท้อนหรือไม่ ต้องเปิดโอกาสให้ครูเข้ามาเป็น ก.ค.ศ. อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งกระบวนการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องกำหนดคุณสมบัติชัดเจน กรรมการต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณา
ต่อมาการให้อำนาจ ก.ค.ศ. ในการจัดสอบบรรจุข้าราชการครู ต้องดูเกณฑ์การสอบให้ดีว่าส่วนกลางรับผิดชอบ ส่วนเขตพื้นที่การศึกษารับผิดชอบ ให้ใช้ตำแหน่งว่างของครูในพื้นที่เป็นฐานตั้งต้น รวมถึงการให้ ก.ค.ศ. ตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาผู้บริหารเขตการศึกษา ซึ่งเป็นตำแหน่งชี้ทิศทางของพื้นที่การศึกษา ฉะนั้น ผู้บริหารเขตการศึกษาต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน และมีช่องทางการร้องเรียน
#เพื่อไทย #ชาญชัยคำจำปา #ไตรภพคำเพชร #กคศ #ครู
บทความที่เกี่ยวข้อง