‘รมว.สุริยะ’ ชี้แจงโครงการรถเกี่ยวข้าวอีวี ย้ำไม่ได้ซื้อคันละ 16 ล้านบาท ยังมีเครื่องจักรช่วยเกษตรกรอื่นอีกมาก
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดการจัดซื้อถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า หรือ EV ว่า โครงการดังกล่าวฯกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีจุดประสงค์ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคเกษตรกรรม และช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรชาวนาอย่างยั่งยืน โดยประเด็นที่เกิดขึ้นเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ยืนยันว่า โครงการนี้ฯไม่ได้เป็นการจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้าคันละ 16 ล้านบาทตามที่เป็นกระแสข่าว แต่เป็นการเสนอจัดซื้อรถแทรคเตอร์ EV สำหรับไถเตรียมดินเพาะปลูก ซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณคันละ 1.6 ล้านบาท จำนวน 2,543 คัน พร้อมอุปกรณ์ติดพ่วง และกระจายไปยังศูนย์ข้าวชุมชนประมาณ 500 จุดทั่วประเทศ โดยรถจะทำหน้าที่เตรียมพื้นที่สำหรับปลูกข้าว ลดต้นทุนเกษตรกรที่ปกติ ชาวนาต้องรับภาระไร่ละ 1.2 พันบาท
ซึ่งกรมการข้าวจะนำไปให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ครอบคลุมพื้นที่ทำนาประมาณ 1.4 ล้านไร่ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรประหยัดค่าเช่าและค่าน้ำมันได้ถึง 1,680 ล้านบาทต่อปี และเมื่อเทียบกับงบลงทุน 8,000 ล้านบาทของรัฐบาล โครงการนี้จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาเพียง 4.76 ปี หรือไม่ถึง 5 ปีเท่านั้น และเมื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว 14 ปี แม้การลงทุนเริ่มต้นในรถแทรคเตอร์ EV และระบบสถานีชาร์จจะสูงกว่ารถแทรคเตอร์ดีเซลประมาณ 6,600 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาตลอดอายุการใช้งาน 14 ปี รถแทรคเตอร์ดีเซลจะมีต้นทุนค่าน้ำมันสูงถึงประมาณ 12,218 ล้านบาท ในขณะที่รถแทรคเตอร์ EV มีค่าไฟฟ้าในการชาร์จเพียงประมาณ 370 ถึง 374 ล้านบาทเท่านั้น ส่งผลให้โครงการ EV ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 5,000 ถึง 10,000 ล้านบาท
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงของประเทศ อีกทั้งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชาวนาจากการขายข้าวคาร์บอนต่ำ จากการเจรจากับผู้ซื้อข้าวในต่างประเทศที่มีนโยบายสนับสนุนการลดคาร์บอน ผู้ซื้อยินดีรับซื้อข้าวที่ผลิตจากโครงการนี้ในราคาที่สูงกว่าปกติเพิ่มอีก 500 บาทต่อตัน ด้วยปริมาณผลผลิตข้าวประมาณ 700,000 ตันต่อปี จะทำให้เกษตรกรและประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 350 ล้านบาท หรือรวมเป็นมูลค่าถึง 5,000 ล้านบาท
นายสุริยะ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวฯ ยังอยู่เพียงขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อตรวจสอบข้อมูลและหลักเกณฑ์การใช้เงินกู้ ซึ่งหากได้รับอนุมัติ จะถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคการเกษตรของไทย ที่ช่วยทั้งการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสนับสนุนเป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำในระดับสากล
“โครงการนี้ ไม่ได้มีเพียงรถเกี่ยวข้าว โแต่ยังมีรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า ที่สามารถใช้ทำงานเกษตรได้หลายอย่าง เช่น ไถดะ ไถพรวน เตรียมพื้นที่ ลากจูง และต่อพ่วงอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้บริการเกษตรกรร่วมกัน รวมถึงเครื่องอบข้าว โซลาร์รูฟท็อป เครื่องปั๊มน้ำโซล่าร์ และอีกหลายอุปกรณ์ที่เกษตรกรต้องการ” นายสุริยะกล่าว
#เพื่อไทย #สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ #รถเกี่ยวข้าวอีวี #รถแทรกเตอร์อีวี
บทความที่เกี่ยวข้อง
จับมือ ‘ไมโครซอฟท์’ เปิดตัวโครงการ Microsoft Elevate AI
อ่านต่อ