‘จักรภพ – สุชาติ’ ประสานเสียงหนุน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ชูกลไกปฏิรูปกฎหมายรับเศรษฐกิจดิจิทัล-สังคมสูงวัย พร้อมจี้รัฐบาลคุมค่าจ้างเป็นธรรม-ลดขั้นตอนราชการ

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. นายจักรภพ เพ็ญแข และ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นอภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เท่าทันยุคสมัย พร้อมทั้งยกระดับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานนอกระบบที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

.

นายจักรภพ อภิปรายเริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นถึงเจตนารมณ์สำคัญว่า สภาพการณ์ด้านการผลิตทั่วโลกและในประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยสถานที่ทำงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในสำนักงานอีกต่อไป แต่ภาคแรงงานส่วนใหญ่ได้ขยับเข้าสู่ภาคแรงงานนอกระบบ (Informal Sector) ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการจัดระเบียบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

.

นอกจากนี้ การผลักดันกฎหมายดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในเงื่อนไขและก้าวสำคัญในการนำประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับแรงงานนอกระบบให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อถือในระดับสากล

.

นายจักรภพ ยังได้เน้นย้ำถึงประเด็นการจ้างงานผ่านระบบดิจิทัลและแอปพลิเคชัน ที่ปัจจุบันกฎหมายเดิมยังไม่ครอบคลุมและมักเกิดปัญหาการเบี้ยวค่าจ้างหรือกดราคาโดยอ้างว่างานไม่ตรงตามมาตรฐาน พร้อมทั้งมองการณ์ไกลว่า การทำงานที่บ้านจะสอดคล้องกับทิศทางของ “สังคมสูงวัย” ในอนาคตอันใกล้ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพได้มีรายได้ มีความภูมิใจ และไม่เป็นภาระของลูกหลาน ตลอดจนตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นทางเวลา จึงเสนอให้หน่วยงานภาครัฐจัดเก็บข้อมูลและทำดัชนีชี้วัดอย่างจริงจังหลังกฎหมายผ่าน เพื่อสร้างเกณฑ์ใหม่ในการดูแลสวัสดิการและความสัมพันธ์ในครอบครัวในระยะยาว

.

ด้าน ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ได้กล่าวสนับสนุนหลักการของร่างกฎหมาย พร้อมระบุว่าปัจจุบันการรับงานไปทำที่บ้านมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งงานเย็บผ้า งานหัตถกรรม งานออนไลน์ ตลอดจนงานบริการประเภทต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายที่ทันสมัย พร้อมกันนี้ได้เสนอ 3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่

.

1.การกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรม: แรงงานกลุ่มนี้มักมีอำนาจต่อรองน้อยและได้รับค่าจ้างตามชิ้นงาน ภาครัฐจึงต้องกำหนดอัตราค่าตอบแทนโดยคำนึงถึงระยะเวลาทำงาน ต้นทุนการผลิต และลักษณะงาน เพื่อป้องกันการถูกกดราคาจากผู้จ้างหรือผู้รับเหมาช่วง พร้อมทั้งต้องกำหนดให้มีการจ่ายเงินตรงเวลาและตรวจสอบได้

.

2.การคุ้มครองความปลอดภัยและประกันสังคม: เนื่องจากงานบางประเภทอาจต้องใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือสารเคมีที่เป็นอันตราย ผู้จ้างจึงมีหน้าที่ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันและรับผิดชอบต่อความเสียหาย นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบสามารถเข้าถึงระบบประกันสังคม เพื่อสร้างความอุ่นใจยามเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเข้าสู่วัยชรา

.

3.การลดขั้นตอนราชการและไม่เพิ่มภาระ: กฎหมายต้องไม่สร้างอุปสรรคหรือเพิ่มต้นทุนอันเกินจำเป็นให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยควรนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการทำสัญญาและการร้องเรียนความไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาฝีมือแรงงานและการสร้างอาชีพ มากกว่าการขยายขนาดของระบบราชการ

.

ศ.สุชาติ ได้สรุปว่าร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านฉบับนี้ จะช่วยให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้สูงขึ้น และได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งฝากข้อเสนอแนะทั้งหมดไปยังรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการ เพื่อนำไปปรับปรุงรายละเอียดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

.

#พรรคเพื่อไทย #จักรภพเพ็ญแข #สุชาติธาดาธำรงเวช #ประชุมสภา #คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน