“วัชระพล” ลุยตรวจ ส.ป.ก.ภูเก็ต จี้ใช้พื้นที่ถูกกฎหมาย จ่อแก้ กม.ดึงธุรกิจหนุนเกษตรกร เร่งพิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน 60 ไร่ พบผู้บุกรุก 16 ราย
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย พร้อมสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรและรัฐ
ตัวแทน ส.ป.ก.จังหวัดภูเก็ต รายงานว่า จังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่ ส.ป.ก. มากกว่า 30,000 ไร่ โดยจัดสรรให้เกษตรกรแล้วประมาณ 10,571 ไร่ ครอบคลุม 10 ตำบล 3 อำเภอ มีเกษตรกรได้รับสิทธิ 756 ราย ขณะที่ยังมีพื้นที่ไม่ได้จัดสรรอีกกว่า 20,000 ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ที่รับมอบมาตั้งแต่ก่อนปี 2537 ซึ่งมีข้อจำกัดด้านกฎหมายและการใช้ประโยชน์ที่ดินแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ในจังหวัดภูเก็ต แบ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 9,500 ไร่ ใช้เพาะปลูกมะพร้าว ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมถึงพื้นที่ชุมชนและร้านค้าประมาณ 300 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตชุมชนเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงพื้นที่ได้กว่า 300 ราย ส่วนกิจการร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของชำ และเครื่องดื่มประมาณ 25 ราย มีการจัดเก็บค่าเช่าโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ของกรมธนารักษ์
นายวัชระพลได้มอบหมายให้ ส.ป.ก. และ ส.ป.ก.จังหวัดภูเก็ต จัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินทั่วจังหวัดอย่างละเอียดและเป็นปัจจุบัน โดยจำแนกพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ประกอบกิจการที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจประเภทอื่น พร้อมตรวจสอบสถานะการอนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละแปลงให้ชัดเจน เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
พร้อมกำชับว่า การใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ทุกกรณีต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนการอนุญาตอย่างเคร่งครัด โดยผู้ประกอบการต้องดำเนินกิจการให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต ไม่สามารถขออนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารหรือร้านค้าแล้วนำพื้นที่ไปใช้ทำกิจการประเภทอื่นได้ หากตรวจพบการใช้พื้นที่ไม่เป็นไปตามแผนหรือเงื่อนไขที่กำหนด ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง โดยกำหนดกรอบเวลา 30 วันสำหรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภูเก็ต
นายวัชระพลกล่าวว่า ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก (World-Class Destination) การพัฒนาเศรษฐกิจและธุรกิจท่องเที่ยวต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาผลประโยชน์ของรัฐและสิทธิของเกษตรกร ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก. โดยเฉพาะโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว ควรสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ ผ่านการจัดซื้อผลผลิตทางการเกษตร วัตถุดิบอาหาร สินค้าปศุสัตว์ สินค้าประมง ตลอดจนผลิตภัณฑ์และวัสดุตกแต่งจากผู้ผลิตในท้องถิ่น
แม้ผู้ประกอบการจะสามารถจัดซื้อวัตถุดิบจากห้างค้าส่งและค้าปลีกขนาดใหญ่ได้สะดวก แต่ภาครัฐต้องสร้างกลไกเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับเกษตรกรโดยตรง เพื่อให้รายได้จากการเติบโตของภาคท่องเที่ยวกระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง จึงมอบหมายให้เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์ ประมง และหน่วยงานระดับพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อพัฒนาระบบจัดหาผลผลิตและวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้ธุรกิจที่ใช้พื้นที่ ส.ป.ก. มีหน้าที่สนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่อย่างชัดเจน สอดคล้องกับนโยบาย “สร้างสิทธิ์ เสริมทุน หนุนเกษตร” ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนประเด็นค่าเช่าที่ดิน นายวัชระพลระบุว่า ปัจจุบันการจัดเก็บค่าเช่าเป็นไปตามระเบียบของ ส.ป.ก. และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยคิดเป็นสัดส่วนจากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ เช่น อัตราร้อยละ 3 ของราคาประเมิน อย่างไรก็ตาม จะพิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าเช่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ โดยต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมทั้งต่อภาครัฐและผู้ประกอบการ ให้รัฐจัดเก็บรายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ขณะเดียวกันก็ไม่กำหนดอัตราสูงเกินความเหมาะสม
จากนั้น เวลา 13.00 น. นายวัชระพลพร้อมคณะลงพื้นที่หาดพาราไดซ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบการอนุญาตให้เช่าที่ดินของ ส.ป.ก.จังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 แปลง โดยเน้นตรวจสอบ 4 ประเด็น ได้แก่ 1. สัญญาเช่า การอนุญาต และกระบวนการอนุมัติใช้ประโยชน์ที่ดินว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ 2. ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินกิจการตรงตามแผนงานและวัตถุประสงค์ที่กำหนดหรือไม่ 3. อัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนมีความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรมหรือไม่ และ 4. กิจการดังกล่าวมีมาตรการสนับสนุนหรือเชื่อมโยงผลประโยชน์ไปสู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
นอกจากนี้ นายวัชระพลยังลงพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ต.ป่าตอง ซึ่งอยู่ห่างจากหาดพาราไดซ์ไม่เกิน 1 กิโลเมตร เพื่อติดตามข้อร้องเรียนเกี่ยวกับที่ดินเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ โดยผู้ร้องเรียนอ้างว่าเป็นทายาทโดยชอบธรรมของผู้ได้รับสิทธิในที่ดิน และต้องการเข้าใช้พื้นที่ของครอบครัวเพื่อทำเกษตรกรรม แต่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจากมีบุคคลอื่นเข้าครอบครองและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้เข้าใช้พื้นที่ประมาณ 16 ราย มีการก่อสร้างอาคารและดัดแปลงสภาพพื้นที่ ขณะที่ ส.ป.ก. อยู่ระหว่างดำเนินคดีและร้องทุกข์กล่าวโทษ นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าใช้พื้นที่อีกฝ่ายยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ ส.ป.ก. จัดสรรสิทธิให้ ทำให้ข้อเท็จจริงและการอ้างสิทธิของทั้งสองฝ่ายยังมีความขัดแย้งกัน
นายวัชระพลจึงสั่งการให้ ส.ป.ก. เร่งตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมายว่า ผู้ร้องเรียนเป็นทายาทโดยชอบธรรมและมีคุณสมบัติได้รับสิทธิหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีสิทธิถูกต้อง ต้องเร่งรับรองสิทธิให้โดยเร็ว ส่วนผู้บุกรุกต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะกรณีที่มีการปักป้ายขนาดใหญ่ระบุว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลและห้ามบุกรุก ทั้งที่ข้อพิพาทยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย
“ทายาทที่มาขอสิทธิต้องการใช้พื้นที่ทำเกษตรกรรม ไม่ได้เข้ามาทำที่อยู่อาศัยหรือธุรกิจเชิงพาณิชย์ ดังนั้น ต้องพิสูจน์สิทธิให้ชัดเจน หากทายาทมีสิทธิถูกต้อง ผู้บุกรุกก็ต้องออกจากพื้นที่” นายวัชระพลกล่าว
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันในอนาคต นายวัชระพลได้สั่งเพิ่มบุคลากรด้านการรังวัดและนิติกรในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเร่งตรวจสอบแนวเขตและข้อกฎหมาย รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนและเกษตรกรเกี่ยวกับการรับสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. ของทายาทโดยชอบธรรม พร้อมนำเทคโนโลยีดาวเทียมและ LiDAR มาเสริมประสิทธิภาพการสำรวจและรังวัดทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พื้นที่พิพาทประมาณ 60 ไร่ดังกล่าวอยู่นอกเขตที่ประกาศเป็นพื้นที่ชุมชน ซึ่งได้รับการยกเว้นให้ประกอบกิจการร้านอาหารได้ โดยบริเวณที่ตรวจสอบพบสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ มีโครงสร้างสูงประมาณ 2 ชั้น ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
#เพื่อไทย #วัชระพลขาวขำ#สปก #หาดพาราไดซ์ #ภูเก็ต
บทความที่เกี่ยวข้อง
พม. และ อว. ผนึกกำลังเดินหน้าขยาย ‘ห้องปลอดฝุ่น’ รองรับกลุ่มเปราะบางกว่า 6,000 คน
อ่านต่อ







