‘จุลพันธ์’ กางแผนสางปัญหาแรงงานข้ามชาติ สั่งชุดม้าเร็วปราบ ‘นายหน้าเถื่อน’ พร้อมเปิดดีลใหม่ ‘ศรีลังกา-บังคลาเทศ’ กระจายความเสี่ยง แรงงานขาดแคลน

26 ต.ค. 2569 ในการประชุมวุฒิสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ตอบกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เกี่ยวกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวและการคุ้มครองตลาดแรงงานไทย โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขึ้นชี้แจงตอบข้อซักถามใน 2 วาระสำคัญ ทั้งกระทู้ถามของพลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์ สว. ในประเด็นมาตรการแก้ไขปัญหาและปราบปรามนายหน้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมทั้งการจัดระบบการจ้างงานเพื่อคุ้มครองอาชีพคนไทย และกระทู้ถามของนายพละวัต ตันศิริ สว. เรื่องการรับมือแรงงานข้ามชาติออกจากระบบ

นายจุลพันธ์ชี้แจงว่า ในมิติการปราบปรามขบวนการจัดหาแรงงานผิดกฎหมาย กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการม้าเร็ว ร่วมกับกรมการจัดหางานลงพื้นที่ตรวจสอบปราบปรามทั้งนายหน้าเถื่อนและกลุ่มที่หลอกลวงว่ามีตำแหน่งงานจริง ล่าสุดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในแถบจังหวัดระยอง ชลบุรี และพัทยา สามารถตรวจจับการจ้างงานที่ไม่ถูกต้องและแรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนได้หลายราย ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าภาครัฐเอาจริงกับการบังคับใช้กฎหมาย

ขณะเดียวกัน ในประเด็นความวิตกกังวลเรื่องแรงงานข้ามชาติออกจากระบบ นายจุลพันธ์ยอมรับว่า ปัจจุบันกระบวนการขึ้นทะเบียนและยืนยันตัวตนของประเทศต้นทาง (เช่น เมียนมา) ที่เพิ่งเปิดดำเนินการได้ราว 10 กว่าวัน ยังคงมีปัญหาและมีความไม่แน่นอนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำให้มีแรงงานนอกระบบเข้ามาขึ้นทะเบียนน้อยกว่าที่ควร ซึ่งกระทรวงแรงงานได้สั่งการให้ดำเนินการ 3 ด้านทันที คือ

1. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดหรือดำเนินการที่ผิดระเบียบข้อตกลง

2. เชิญทูตแรงงานของประเทศต้นทางเข้าหารืออย่างเป็นทางการที่กระทรวงแรงงาน

3. เตรียมทำหนังสือทางการไปยังสถานทูตและกระทรวงแรงงานของประเทศต้นทาง เพื่อแจ้งข้อห่วงกังวลและขอให้ประเทศต้นทางกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมพร้อมทั้งจะดำเนินการลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเฉียบพลัน รมว. แรงงานระบุว่า ไทยจำเป็นต้องเร่ง กระจายความเสี่ยง (Diversify) ไม่พึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเพียงฝั่งเดียว โดยล่าสุดได้ลงนาม MOU ร่วมกับประเทศศรีลังกาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีแรงงานล็อตแรกเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจราว 10,000 กว่าคนในช่วงต้นปี ควบคู่ไปกับการเจรจาขยายความร่วมมือกับประเทศใหม่อย่างบังกลาเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้ประกอบการไทย

นายจุลพันธ์กล่าวทิ้งท้ายถึงการปฏิรูประบบในระยะยาวว่า กระทรวงแรงงานกำลังเร่งขับเคลื่อน ระบบ e-work permit อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกจ้างสามารถแสดงสถานะการจ้างงานที่ถูกต้องผ่านสมาร์ตโฟนได้ ช่วยลดความหวาดกลัวและอุดช่องว่างด้านการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับแรงงานต่างชาติ พร้อมทั้งได้สั่งการให้รวบรวมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Data lake) ทั้งจากสำนักงานประกันสังคม กรมการจัดหางาน และสำนักงานปลัดฯ เพื่อนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนย้ายแรงงาน (Labor migration) ครอบคลุมทั้งแรงงานไทย แรงงานต่างด้าวในประเทศ และแรงงานไทยในต่างแดน เพื่อใช้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจและแรงงานของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต

#พรรคเพื่อไทย #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #กระทรวงแรงงาน #แรงงานต่างชาติ #ประชุมสภา