พม. หารือ กสศ. เดินหน้า “Thailand Zero Dropout” บูรณาการสวัสดิการ ดึงชุมชนร่วมเป็นฐาน สร้างความมั่นคงของ บ้าน-อาชีพ-การศึกษา ไปพร้อมกัน

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มอบหมายนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรี พม. ประชุมหารือแนวทางความร่วมมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการสานต่อแนวทางขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout ที่ริเริ่มไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอดีตนายกเศรษฐา ทวีสิน โดยมุ่งเป้าช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบางที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้กลับเข้าสู่การศึกษาได้ และสามารถได้รับวุฒิการศึกษาที่เหมาะสม เพื่อใช้ในการต่อยอดการมีงานทำในอนาคตต่อไป

.

โดยการประชุมครั้งนี้ มีนายอิษฏ์ ปักกันต์ธร รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ (และสำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้) สังกัดกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นางจิราพร  สุวรไตร พมจ.อุดรธานี และนางสาวสุภสิตา โชติทวีศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) เข้าร่วมประชุมด้วย

.

นายชนินทร์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า รมว.พม. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเข้าถึงโอกาสของกลุ่มเปราะบาง ซึ่ง พม. มีฐานข้อมูลเชิงลึกของเด็กและเยาวชนที่เผชิญภาวะเปราะบางในหลายรูปแบบทั่วประเทศ โดยจากการลงพื้นที่พบว่า มีผู้หลุดจากระบบการศึกษาใน 2 ลักษณะ คือ 1) เยาวชนในวัยเรียนที่ครอบครัวขาดความพร้อมในการสนับสนุน มิใช่แค่ไม่มีค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ครอบครัวอาจมีข้อจำกัดอื่นๆด้วย เช่น ถิ่นฐานและที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง หรือจำเป็นต้องให้ลูกหลานช่วยทำงาน เป็นต้น และ 2) เยาวชนที่เลยวัยการศึกษาภาคบังคับไปแล้วแต่ขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ เนื่องจากไม่มีวุฒิการศึกษา

.

ซึ่งในส่วนที่ 1 นั้นทาง กสศ. มีเครื่องมือในการช่วยเหลือในหลายรูปแบบ ทั้งเงินสนับสนุนให้เข้าสู่การศึกษา และเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียน โดยพุ่งเป้าที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย 15% ฐานรากของสังคม ซึ่งซ้อนกันกับกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. และ พอช. อยู่แล้ว จึงเห็นสมควรให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดสวัสดิการ ใช้องค์กรชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการจัดการ เพื่อทำให้การแก้ปัญหาสำเร็จได้จริงมากขึ้น

.

และในส่วนที่ 2 สำหรับกลุ่มที่เลยวัยศึกษาแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาเพื่อต่อยอดการประกอบอาชีพ ตลอดจนกลุ่มที่ต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพไปด้วย จึงมีข้อจำกัดในการเข้าเรียน ทางหน่วยงานจะพิจารณาใช้แนวคิด “การเรียนแบบยืดหยุ่น” เข้ามาแก้ปัญหา โดยสนับสนุนให้กลุ่มเปราะบางเข้าถึงระบบการศึกษาทางเลือกและการเทียบวุฒิการศึกษา ม.3 และ ม.6 ผ่านการเรียนควบคู่การทำงานแบบหลักสูตร 6 เดือน หรือ 1 ปี แทนการเรียนภาคปกติได้

.

“การพัฒนาทุนมนุษย์จากฐานรากต้องส่งเสริมให้เยาวชนไม่หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งในหลายครั้งมีสาเหตุจากหลายปัจจัยซ้อนกัน การแก้ไขปัญหาความเปราะบางในพื้นที่ให้สำเร็จ จึงต้องสร้างความมั่นคงทั้งทางด้านที่อยู่อาศัย การศึกษา และการมีงานทำ ไปพร้อมกันจึงจะทำให้สำเร็จได้อย่างยั่งยืน” นายชนินทร์กล่าว

.

#พรรคเพื่อไทย #นิกรโสมกลาง #ชนินทร์รุ่งธนเกียรติ #ThailandZeroDropout