11 ธ.ค. 2568 จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 256 อภิปรายระหว่างการพิจารณาวาระที่สอง ในมาตรา 256 / 26 ที่เป็นมาตราที่ระบุถึงกรอบเนื้อหาของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ซึ่งมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย(กมธ.ฝั่ง สว.) ขอสงวนแปลญัตติ ให้กรอบของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ไม่ให้มีการแก้ไขประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งอำนาจ และหน้าที่ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ
โดยจาตุรนต์ ระบุว่า มาตรานี้เป็นเรื่องจำเป็นพื้นฐานของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ซึ่งสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุให้มีการตั้งคำถามประชามติคำถามที่สอง ที่ต้องระบุวิธีการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกรอบเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้จาตุรนต์ระบุว่า ร่างของคณะกรรมธิการเสียงส่วนใหญ่ ได้มีการระบุสาระสำคัญไว้ว่า จะต้องรับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวของประเทศไทยซึ่งไม่สามารถแบ่งแยกได้, การมีการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเนื้อหาอื่นๆ ต่อจากนั้นก็เป็นเนื้อหาพื้นฐานการปกครองของระบอบประชาธิปไตย เช่นให้รองรับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
นอกจากนี้ยังเป็นการกำหนดกรอบเนื้อหาของการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ คำนึงถึงหลักการในระบอบประชาธิปไตย และเล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในระบบการเมืองไทยที่ผ่านมาหลายปี เช่นมีการวางกรอบให้สถาบันทางการเมืองต่างๆ ให้มีความยึดโยงกับประชาชน เปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ขึ้น กำหนดให้มีการวางกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และการใช้อำนาจในลักษณะที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน จำกัดการใช้อำนาจของรัฐ และการใช้ดุลยพินิจขององค์กรของรัฐ รวมทั้งให้มีการเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล ไปจนถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
จาตุรนต์ ระบุได้ว่า หลังจากที่ได้ฟังความห่วงใยจากสมาชิกวุฒิสภา ทั้งจากการฟังในที่ประชุม และจากการที่ท่านได้สงวนคำแปรญัตติไว้ เช่น การเสนอว่าให้คงไว้ซึ่งที่มาของสมาชิกวุฒิสภา คงไว้ซึ่งคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คงไว้ซึ่งองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหน้าที่ และอำนาจขององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ
“ที่ผมได้ฟังความกังวลของท่าน หลายคนเข้าใจว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านมติของรัฐสภา และนำไปสู่การร่างใหม่ อาจจะมีผลทำให้สมาชิกวุฒิสภาที่ดำรงตำแหน่งกันอยู่นี้ ต้องพ้นตำแหน่งโดยทันที รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญก็จะพ้นตำแหน่งไปด้วยทันที ท่านจึงได้เขียนเป็นข้อสงวนคำแปรญัตติไว้ในลักษณะนี้”
“เรื่องการคงไว้ซึ่งองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งอำนาจและหน้าที่ เราไม่สามารถเขียนให้บัญญัติไว้ว่าให้คงไว้ทั้งตัวองค์กร ที่มา และอำนาจหน้าที่ได้ ให้เป็นอยู่อย่างที่เป็นในปัจจุบัน เนื่องจากในรัฐธรรมนูญปัจจุบันเองก็ได้บัญญัติไว้ว่าหากจะแก้ในเรื่องเหล่านี้ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ว่าเมื่อทำแล้วจะต้องไปทำประชามติ
หากเรามาเขียนรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่กลับไปลดอำนาจของผู้ที่จะมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ทำได้น้อยลงยิ่งกว่าที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นให้อำนาจไว้ แทนที่จะเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่แก้ปัญหาการเมืองไทยได้อย่างกว้างขวางขึ้น ก็จะถูกจำกัดให้ทำได้ในเรื่องที่น้อยลง
ส่วนการจะไปเขียนในรัฐธรรมนูญ ในอนาคตว่า จะให้มีผล หากยังมีองค์กรอิสระใดอยู่ ก็ให้บรรดาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระเหล่านั้นพ้นไปจากตำแหน่ง สิ่งนี้ไม่สามารถทำได้ ไม่มีใครเขียนแบบนี้ได้
ในอดีตรัฐธรรมนูญปี 2540 กว่ารัฐธรรมนูญจะได้ใช้อย่างเต็มรูปแบบก็คือปี 2544 เพราะต้องรอให้ความเป็นสมาชิกของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ก่อนหน้าสิ้นสุดลงก่อนตามวาระปกติ นี่คือหลักในการบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นห่วงนั้น ถือเป็นความเข้าใจผิด เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะไปทำอย่างนั้น
แต่ในขณะเดียวกันการจะเขียนว่าองค์กรใดใดจะต้องอยู่ ที่มาซึ่งองค์กรนั้นจะต้องเหมือนเดิม การเขียนอย่างนี้ถือว่าเป็นการไปจำกัดความคิดของกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และเป็นการจำกัดบทบาทของคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็น หากเป็นอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องไปรับฟังแล้วเพราะไอ้นั่นก็ห้าม ไอ้นี่ก็ห้าม และถือเป็นการห้ามมากกว่าบทบัญญัติปัจจุบันของรัฐธรรมนูญเสียอีก และก็ถือว่าจะเป็นการทำผิดหลักของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
ทั้งนี้ในขั้นตอนของการลงมติ สมาชิกรัฐสภา ลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมการเสียงข้างมากจำนวน 545 ต่อ 18 เสียง งดออกเสียง 6 ไม่ลงคะแนนเสียง 6
กล่าวคือที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ ซึ่งไม่ให้จำกัดในเรื่องการแก้ไขประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งอำนาจ และหน้าที่ขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ
#พรรคเพื่อไทย #จาตุรนต์ฉายแสง #แก้รัฐธรรมนูญ