เปิดแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยมุสลิม เพื่อไทยพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมฮาลาล สร้างงาน เพิ่มเงิน กระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมหลักสูตรโรงเรียนปอเนาะ-ตาดีกา เรียนจบมีงานทำ สร้างทักษะวิทยาศาสตร์ AI และภาษาอาหรับ

ตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์ในรายการ เลือกตั้ง 69 ผู้ศรัทธา กาเปลี่ยนเกม ช่อง White Channel ถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยมุสลิม

ตติยภัทร์ ระบุว่า ที่ผ่านมาทั้งในรัฐบาลเศรษฐา และรัฐบาลแพทองธาร ได้มีการผลักดันเรื่องอุตสาหกรรมฮาลาล โดยพรรคเพื่อไทยมองเห็นว่า เรานี้นอกจากจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแนวทางปฏิบัติของผู้นับถือศาสนาอิสลามแล้ว ยังมีความสำคัญต่อการหล่อหลอมสังคม และการสร้างเศรษฐกิจฐานราก

“เรามองเห็นว่าอุตสาหกรรมฮาลาลเติบโตขึ้นทุกปี ปีละประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ และอีก 10 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตอย่างมาก เนื่องจากจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกเพิ่มขึ้น”

ตติยภัทร์ ย้ำว่า หากพรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ก็จะมีการดำเนินการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลต่อ เพราะเป็นการดำเนินนโยบายที่อยู่บนฐานข้อมูล และไม่ใช่นโยบายที่ส่งผลกระทบ หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือทำให้วิถีชีวิตของพี่น้องมุสลิมติดขัดแต่อย่างใด หากแต่เป็นการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงาน และรัฐบาลจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายใหญ่ ได้เข้ามาในธุรกิจนี้ได้ง่ายขึ้น โดยรัฐเป็นตัวกลาง

เขาย้ำด้วยว่า ปมปัญหาก่อนหน้านี้ของอุตสาหกรรมฮาลาลคือ เมื่อมีผู้สนใจจะเข้ามาในอุตสาหกรรม แต่ไม่รู้ว่าจะต้องขับเคลื่อนอย่างไร  อีกทั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักการทางศาสนา และต้องไปเกี่ยวข้องกับองค์กรมากมาย แนวทางของพรรคเพื่อไทยคือ การทำให้รัฐเป็นศูนย์กลาง ที่จะช่วยประสานงานทั้งกับภาครัฐ และเอกชน ให้สามารถทำงานร่วมกันได้สะดวกขึ้น 

มากไปกว่านี้ ตติยภัทร์ ฉายภาพให้เห็นต่อไปว่า ด้วยวัตถุดิบ และศักยภาพที่ประเทศไทยมี นอกเหนือไปจากการผลิตขายภายในประเทศ และส่งออกแล้ว เราสามารถยกระดับให้ประเทศไทยกลายเป็น ประเทศจุดมุ่งหมายของอาหารฮาลาล (Halal Destination) ของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวมุสลิมได้ 

อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่ ตติยภัทร์ ย้ำอีกครั้งคือ อุตสาหกรรมฮาลาล ไม่เป็นเพียงการผลิตอาหารเพื่อผู้บริโภค ที่เป็นมุสลิมเท่านั้น แต่เป็นอาหารที่สามารถบริโภคได้ทุกคน และการส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้เป็นการเข้าไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของศาสนิกใด

ตติยภัทร์  กล่าวต่อถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในมนุษย์ หรือการสร้างคน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาต่อไปว่า ในช่วงที่ได้เข้าไปช่วยงานอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับหน้าที่ดูแลกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีกลุ่มโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกาด้วย ทำให้เห็นว่ารัฐบาลควรมีภารกิจที่จะต้องเข้าไปส่งเสริมดูแล กลุ่มผู้เรียนในโรงเรียนศาสนามากขึ้น แม้จุดแข็งของโรงเรียนศาสนาจะมีความเด่นในเรื่องหลักสูตรศาสนา แต่ในโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว การที่เราจะสร้างประเทศเติบโตแข่งขันได้ เรามีความจำเป็นที่จะต้องสร้างนักเรียนให้เป็นพลเมืองด้วย ผ่านการพัฒนาหลักสูตรให้เข้มแข็ง โดยวางโจทย์ไว้ว่า หากเรียนโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา จบออกมาแล้วต้องมีงานทำ พร้อมไปกับการดูแล พัฒนา ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรในโรงเรียนศาสนา

“การที่เราจะเข้าไปพัฒนาคนไม่ได้เป็นการเปลี่ยนหลักสูตร แต่จะเป็นการเข้าไปส่งเสริมทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ AI และภาษาอาหรับ ซึ่งเป็นภาษาหนึ่งที่ผู้ใช้จำนวนมาก และสามารถทำให้นักเรียนสามารถต่อยอดอาชีพได้จากการสื่อสารภาษาอาหรับเป็น”

เขาย้ำ ด้วยว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า เมื่อเรียนแล้วต้องได้งานทำ ที่ผ่านมามีนักเรียนที่เรียนจบมาแต่ตกงานจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสังคมด้านอื่นๆ ตามมา ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปจัดการปัญหาที่ต้นน้ำ ไม่ใช่การแก้ไขที่ปลายน้ำ 

สามารถรับชมรายการสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ https://web.facebook.com/tv.whitechannel/videos/1179846834285120

.

#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยเบอร์9 #เพื่อไทยทำได้ #คนไทยไร้จน 

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้