นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประกาศ 90 วันแรกรัฐบาลเพื่อไทย ลุยแผนงบฯ 2569 จากภาคเอกชนอุตสาหกรรมต่อเต็มที่ พร้อมเร่งผลักดัน พ.ร.บ. THACCA ปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยทั้งระบบ ย้ำ! ระบบราชการต้องปรับวิธีคิดในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ใหม่

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “[โค้งสุดท้าย] นโยบายศิลปวัฒนธรรม” จัดโดยกลุ่มนักวัฒนธรรมปฏิบัติการจิตอาสา เมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00–16.00 น. ณ ห้อง Friends of BACC ชั้น 6 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจาก 4 พรรคการเมืองร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านศิลปวัฒนธรรม

.

เวทีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่รับฟังและแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยในฐานะ “นโยบายสาธารณะ” ครอบคลุมประเด็นโครงสร้างและระบบนิเวศทางวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของภาคีและภาคประชาชน กลไกสนับสนุน สวัสดิการ ตลอดจนการคุ้มครองเสรีภาพในการสร้างสรรค์และสิทธิของคนทำงานศิลปะ

.

ในการแสดงวิสัยทัศน์ นพ.สุรพงษ์ กล่าวถึงภาพรวมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย และเราก็มองเห็นว่าวัฒนธรรมสร้างสรรค์เป็นอีกหนึ่งทางรอดของประเทศไทย จึงวางเป็นอีกยุทธศาสตร์ยกเครื่องประเทศไทยของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

.

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการขับเคลื่อนในปัจจุบันยังมีความกระจัดกระจาย ทั้งในด้านหน่วยงานและงบประมาณ ทำให้ขาดการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ นพ.สุรพงษ์ จึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหม่ ด้วยการจัดตั้ง สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการกำหนดทิศทาง วางแผน และบริหารการสนับสนุนอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ

.

พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างภายใต้ระบบราชการปัจจุบันที่มักประเมินงานศิลปะผ่านตัวชี้วัดเชิงปริมาณ (KPI) มากกว่าคุณค่าทางศิลปะ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ต้องปรับแนวคิดใหม่ โดยรัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า “อุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์คือทางออกของประเทศ” โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทเพิ่มขึ้น งาน Handmade และ Craftsmanship คือจุดแข็งของไทยที่สามารถสร้างความแตกต่างในเวทีโลกได้

.

ในด้านมาตรการสนับสนุน นพ.สุรพงษ์ เสนอให้ภาครัฐและเอกชนทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการให้ BOI เข้ามาสนับสนุนผ่านมาตรการสิทธิประโยชน์และภาษี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมย้ำว่า “งานศิลปะทุกชิ้นมีทั้งคุณค่าและมูลค่า” และไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในพื้นที่ปิด แต่ต้องได้รับการผลักดันให้มีพื้นที่แสดงออกและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

.

อีกประเด็นสำคัญคือการพัฒนาทักษะบุคลากรในอุตสาหกรรม ผ่านกระบวนการ Upskill – Reskill เพื่อสร้างโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่ฝึกฝนและเติบโต โดยชี้ว่าศิลปินไทยที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากเริ่มต้นจากการได้รับ “โอกาส” และ “พื้นที่” ซึ่งรัฐควรมีบทบาทในการสนับสนุนอย่างจริงจัง

.

ช่วงท้ายของการเสวนา นพ.สุรพษ์ระบุว่า หากได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ภายใน 90 วันแรก จะเดินหน้าต่อโครงการปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านการระดมความคิดจากภาคเอกชนภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ควบคู่กับการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA – Thailand Creative Culture Agency) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

.

ทั้งนี้ ทุกพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเวทีต่างเห็นพ้องในหลักการของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ แม้อาจมีรายละเอียดเชิงนโยบายแตกต่างกันในบางประเด็น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมในฐานะกลไกเศรษฐกิจและพลังสร้างสรรค์ของประเทศในอนาคต

.

#พรรคเพื่อไทย #เพื่อไทยทำได้ #เพื่อไทยเบอร์9 #สุรพงษ์สืบวงศ์ลี 

.

ผลิตสื่อโดย พรรคเพื่อไทย เลขที่ 197 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้