เพื่อไทยจัดงานวันสตรีสากล 2569 ดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ย้ำ “บ้านต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย”

6 มีนาคม 2569 พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “Blossom & Blemish: แด่ทุกเส้นทางแห่งการต่อสู้ มีร่วงโรย มีเติบโต เพื่อรอวันผลิบานอย่างสง่างาม” พร้อมประกาศเจตนารมณ์ผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ให้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา เพื่อสร้างระบบคุ้มครองที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้หญิงและสมาชิกทุกคนในครอบครัว

นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเปิดงานว่า วันสตรีสากลปีนี้ UN Women กำหนดหัวข้อสำคัญคือ “Rights. Justice. Action. For ALL Women and Girls” ซึ่งสะท้อนว่า สิทธิของผู้หญิงต้องเข้าถึงได้จริง ความยุติธรรมต้องไม่เลือกปฏิบัติ และรัฐต้องลงมือทำให้เกิดผลในเชิงกฎหมาย งบประมาณ และระบบคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม

นางมนพรกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนหยัดสนับสนุนบทบาทผู้หญิงในทางการเมืองมาโดยตลอด โดยจากผลการรับรองการเลือกตั้งปี 2569 ปัจจุบันพรรคมี ส.ส.หญิง 18 คน จาก 74 คน หรือ 24.32% สูงกว่าค่าเฉลี่ยการเมืองไทยที่ผู้หญิงมีสัดส่วนประมาณ 19% ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่ของผู้หญิงในทางการเมืองกำลังขยายตัว และเสียงของผู้หญิงสามารถสะท้อนปัญหาและความต้องการของผู้หญิงในสังคมได้อย่างตรงจุด

ในด้านนโยบาย พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันมาตรการสนับสนุนผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าถึงแหล่งทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ และ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมแบบเบ็ดเสร็จ (OSCC) ที่ช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการที่ประสบความรุนแรงให้เข้าถึงการดูแลได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ในส่วนของการเสวนาขับเคลื่อน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนผู้แทนหญิงไม่ใช่เพียงเรื่องสัดส่วนทางการเมือง แต่คือการนำ “มุมมองของผู้หญิง” เข้าไปมีบทบาทในการออกแบบนโยบายและกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ฝังรากลึกในสังคมไทย โดยเฉพาะความรุนแรงที่ซับซ้อนกว่าการทำร้ายร่างกาย เช่น ความรุนแรงทางเศรษฐกิจ การควบคุมรายได้ การบังคับให้ลาออกจากงาน หรือการสร้างหนี้ในชื่อผู้หญิง ซึ่งทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถหลุดออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษได้

นางสาวณัฐธิดาเปิดเผยข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า ในปี 2567 มีผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเข้าสู่ระบบรายงาน 4,712 ราย แบ่งเป็นผู้หญิง 3,448 ราย และผู้ชาย 1,264 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 14% และหากเทียบย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้นมากกว่า 150% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” เพราะยังมีผู้หญิงจำนวนมากไม่กล้าแจ้งเหตุ เนื่องจากความไม่ปลอดภัย การพึ่งพาทางเศรษฐกิจ และทัศนคติที่มองว่าปัญหาครอบครัวเป็นเรื่องภายใน

ด้าน นางสาวจิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า เมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิงมีพื้นที่และบทบาทเป็นผู้กำหนดนโยบายมากขึ้น นโยบายที่สนับสนุน และปกป้องสิทธิสตรีก็จะถูกผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมย้ำว่า ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงไม่ใช่เรื่องเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับบริบทระดับภูมิภาค ทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความรุนแรงข้ามชาติ และการค้ามนุษย์

นางสาวจิราพรกล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับสิทธิสตรีและความเท่าเทียมในทุกมิติ ทั้งนโยบายฉีดวัคซีน HPV ฟรี การยกระดับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การพัฒนา OSCC และการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งล้วนสะท้อนแนวคิดเดียวกันคือการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายของทุกคน

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับใหม่ โดยเปลี่ยนหลักการจากการรักษาสถาบันครอบครัวมาเป็น “ผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง” ขยายนิยามความรุนแรงให้ครอบคลุมทั้งความรุนแรงทางเศรษฐกิจและความรุนแรงทางเพศบนหลัก ความยินยอม และมุ่งช่วยให้ผู้เสียหายออกจากวงจรความรุนแรงได้จริง ไม่ใช่เพียงการบังคับไกล่เกลี่ยเช่นในอดีต

พรรคเพื่อไทยระบุว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่สนทนาในสังคมเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่สังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยย้ำว่า “ความปลอดภัยไม่ใช่รางวัลของคนโชคดี แต่เป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ”

ทั้งนี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้รับหนังสือจาก เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ เพื่อให้ร่วมพลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว (ร่างภาคประชาชน) ด้วย

#พรรคเพื่อไทย #วันสตรีสากล  #พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว