“ลิณธิภรณ์” ชู 6 กลไกรัฐสภาปลอดการคุกคามทางเพศ ยันเพื่อไทยจ่อชงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ย้ำการศึกษาไทยต้องปลูกฝังความเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.69 ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “รัฐสภาปลอดการคุกคามทางเพศ” จัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมกับ Westminster Foundation for Democracy (WFD) สถาบันพระปกเกล้า และ The Active Thai PBS ณ อาคารรัฐสภา 

.

ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า รัฐสภาในฐานะต้นน้ำของกระบวนการออกกฎหมายทุกฉบับ จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเป็นแบบอย่างด้านความเสมอภาคทางเพศอย่างแท้จริง พร้อมเสนอแนวทาง 6 กลไกสำคัญจากบทเรียนในต่างประเทศ ดังนี้

.

(1) การกำหนดนโยบายภายในและคณะกรรมการสอบสวนที่ชัดเจน โดยยกตัวอย่างประเทศฟิจิ ที่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่เก็บข้อมูลเป็นความลับ เป็นผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก พร้อมบทลงโทษตั้งแต่ตักเตือนจนถึงเลิกจ้าง 

.

(2) ต้องมีกลไกอิสระและประมวลจริยธรรมแบบครอบคลุม โดยยกโมเดลออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  ให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจสอบวัฒนธรรมองค์กร และนำไปสู่การจัดทำนิยามการคุกคามทางเพศ ประมวลจริยธรรมที่ทุกคนในรัฐสภาต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 

.

(3) ต้องจัดตั้งศูนย์บริการให้คำปรึกษาและเยียวยาอย่างเป็นระบบ 

.

(4) ต้องมีการรณรงค์ ฝึกอบรม และใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอย่างจริงจัง เช่น นิวซีแลนด์มีแอป “Safe Hub” สำหรับกดเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน

.

(5) ต้องมีกฎหมายและกลไกจัดการการคุกคามทางออนไลน์ โดยยกตัวอย่างออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่มีหน่วยงาน eSafety Commissioner ก่อตั้งในปี 2558 ภายใต้กฎหมายความปลอดภัยออนไลน์ 

.

(6) ต้องส่งเสริมบทบาทนำของกลุ่มสมาชิกรัฐสภาหญิง โดยยกกรณีศรีลังกาที่กลุ่มสมาชิกรัฐสภาหญิงทำหน้าที่เป็นแกนนำผลักดันให้เกิดการสอบสวนกรณีพนักงานหญิงถูกคุกคาม จนนำไปสู่การพักงานผู้กระทำผิด 

.

พร้อมกันนี้ ดร.ลิณธิภรณ์ ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับรากฐานว่า ครอบครัวคือกระดุมเม็ดแรกของการป้องกันความรุนแรง พรรคเพื่อไทยกำลังเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว โดยมีหลักการสำคัญคือการนิยามความรุนแรงในครอบครัวให้เป็นสากลมากขึ้น โดยเฉพาะการนิยามความรุนแรงทางเพศแบบยึดหลักความยินยอมและผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมความรุนแรงในมิติเศรษฐกิจที่ผู้ถูกกระทำต้องพึ่งพา (Economic Abuse)พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพและคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน เพื่อให้การคุ้มครองเกิดขึ้นจริงและปลอดภัยจริง

.

ท้ายที่สุด ดร.ลิณธิภรณ์ ย้ำว่า การสร้างความยั่งยืนในการป้องกันการคุกคามทางเพศ ต้องปลูกฝังการเคารพศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมทางเพศตั้งแต่ระบบการศึกษา เพื่อปรับเปลี่ยนกรอบคิดของสังคมไทยในระยะยาว และทำให้รัฐสภาเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สะท้อนความเสมอภาคของประเทศอย่างแท้จริง

.

“การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคทางเพศ ไม่ได้เป็นเพียงแค่กฎหมายที่เราต้องเขียนลงไปในกระดาษ แต่ต้องเป็นวัฒนธรรมที่เราปฏิบัติร่วมกันในพื้นที่แห่งนี้ รัฐสภาที่ปลอดภัย คือรากฐานของกฎหมายที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน” ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าว

.

#พรรคเพื่อไทย #ลิณธิภรณ์วริณวัชรโรจน์