“รวี เล็กอุทัย” จี้เร่งแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน-ขาดเอกสารสิทธิ์ ชี้งบสำรวจไม่พอ “นพพล เหลืองทองนารา” ย้ำภาครัฐเร่งเดินหน้าโครงการ One Map เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนใช้แผนที่มาตรฐานเดียวกัน แก้ความเหลื่อมล้ำประชาชน
นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ และนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระรับทราบรายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ปี 2564 โดยสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดิน และความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ โดยนายรวี ระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นที่รวมประมาณ 320.7 ล้านไร่ เป็นที่ดินของรัฐกว่า 60% ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ป่าไม้กว่า 42% ซึ่งพื้นที่ป่าไม้จำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในภาคเหนือ และเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยอาศัยและทำกินมาอย่างยาวนานก่อนการประกาศเขตป่า
.
สำหรับจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะในอำเภอลับแล เช่น ตำบลฝายหลวง ตำบลแม่พูล และตำบลนานกกก พบว่ามีพื้นที่ทับซ้อนกับเขตป่าถาวรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตำบลนานกกกที่เกือบทั้งตำบลอยู่ในเขตป่า ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิ์ และต้องต่อสู้พิสูจน์สิทธิ์ในการอยู่อาศัยและทำกินมายาวนาน หลายครอบครัวต่อสู้ข้ามรุ่นจนผู้เฒ่าผู้แก่ล่วงลับไปแล้ว ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย
.
นอกจากนี้ การขาดเอกสารสิทธิ์ยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอาชีพ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียนหลงลับแล ลองกอง และลางสาด ไม่สามารถขอการรับรองมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการส่งออก ทำให้สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ทั้งที่สินค้าดังกล่าวสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล
.
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายรวี ชี้ว่าท้องถิ่นไม่สามารถใช้งบประมาณพัฒนาพื้นที่ เช่น การสร้างถนนหรือระบบประปา ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากติดข้อกฎหมายในพื้นที่ป่า ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนยังคงล้าหลัง
.
นายรวี ยังสะท้อนปัญหาการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังคนในการสำรวจและจัดทำแนวเขตที่ดิน โดยยกตัวอย่างในพื้นที่อำเภอลับแล ที่ได้รับงบประมาณสำรวจเพียง 3,000 ไร่ จากพื้นที่ปัญหาที่มีเกือบ 100,000 ไร่ ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้า และไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม
.
“หากยังใช้งบประมาณและกำลังคนในระดับนี้ ก็ไม่เห็นว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้เมื่อใด และประชาชนอาจหมดโอกาสก่อนที่ปัญหาจะได้รับการแก้ไข” นายรวี กล่าว
.
ทั้งนี้ นายรวี ได้ตั้งคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
.
1.ความคืบหน้าของโครงการ One Map ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน และกรอบระยะเวลาที่จะแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความชัดเจนในการบริหารจัดการที่ดินของประเทศ
“
2.แนวทางแก้ไขปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ในการสำรวจและพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินของประชาชนในพื้นที่ป่าไม้ เพื่อให้สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
.
นายรวี ย้ำว่า ปัญหาที่ดินเป็น “กระดุมเม็ดแรก” ของการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน หากไม่สามารถแก้ไขได้ จะส่งผลกระทบต่อโอกาสในการอยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และอนาคตของประชาชนในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเป็นระบบ เพื่อคืนสิทธิ์และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนไทยทั่วประเทศ.
.
ด้านนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก กล่าวเสริมเร่งรัดให้ภาครัฐ เร่งทำโครงการ One Map ออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนได้ใช้แผนที่มาตรฐานเดียวกัน เพราะแต่เดิมแต่ละหน่วยงานจะใช้อัตราส่วนแผ่นที่ต่างกันเช่น 1:50,000 บ้าง 1:100,00 บ้าง หรือ 1:200,000 บ้าง แล้วเมื่อต่างคนต่างขีดเส้นลงบนแผนที่ก็ปรากฎทับซ้อนกับที่รัฐ และทับซ้อนกับที่ดินกันเอง จนทำให้เกิดปัญหา และเมื่อภาครัฐฟ้องร้องประชาชนก็ทำให้ประชาชนเดือดร้อน หลายฝ่ายเคยเสนอการแก้ปัญหาให้รัฐบาลเบื้องต้น คือการชะลอการฟ้องประชาชนออกไปก่อน ซึ่งก็ได้มีการดำเนินการอยู่แต่ก็ไม่อาจตอบได้ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่า พี่น้องประชาชนนอนไม่เป็นสุขแน่นอน ดังนั้น ถ้าเร่งการทำ One Map ให้เร็วที่สุดก็จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ดินระหว่างภาครัฐกับประชาชนได้แน่นอน
.
#พรรคเพื่อไทย #รวีเล็กอุทัย #นพพลเหลืองทองนารา #ปัญหาที่ดินทับซ้อน #ที่ดินทับซ้อน