‘สส.เพื่อไทย’ ร่วมสะท้อนวิกฤตราคาพืชผลตกต่ำ แนะรัฐเร่งพยุงข้าว–ลดต้นทุน–ปฏิรูปทั้งระบบ หวั่นเกษตรกรล้มทั้งห่วงโซ่อุปทาน
วันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีการอภิปรายญัตติด่วนเกี่ยวกับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจากหลายพื้นที่ร่วมสะท้อนความเดือดร้อนของเกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างเป็นระบบ
.
นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ ระบุว่า ราคาข้าวในปัจจุบันตกต่ำอย่างหนัก เหลือเพียงประมาณ 5,500 บาทต่อตัน ขณะที่ข้าวหอมปทุมอยู่ที่ราว 6,500 บาทต่อตัน บางพื้นที่ถึงขั้นไม่มีผู้รับซื้อ ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากประสบภาวะขาดทุนและมีความเป็นอยู่ยากลำบาก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งลดต้นทุนการผลิต เช่น ราคาน้ำมัน ปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืช รวมถึงพยุงราคาข้าวในระยะเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน เสนอให้แก้ปัญหาระยะยาวทั้งระบบ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต (โซนนิ่ง) การเพิ่มคุณภาพผลผลิต การสร้างแหล่งเก็บและเงินทุนหมุนเวียน ไปจนถึงการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองและขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้น
.
ด้าน น.ส.ณัคนางค์ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย ระบุว่า เกษตรกรในพื้นที่ขายข้าวได้เพียงตันละประมาณ 5,000 บาท สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลไม้ เช่น มะม่วง เผชิญปัญหาล้นตลาดและราคาตกต่ำ สะท้อนปัญหา 3 ด้านหลัก ได้แก่ ราคาที่ไม่สอดคล้องต้นทุน อุปทานล้นตลาด และโครงสร้างตลาดที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอ 4 แนวทางหลัก ได้แก่
.
-เยียวยาและลดต้นทุน เช่น ชดเชยค่าน้ำมันและปัจจัยการผลิต
-บริหารจัดการอุปทานและวางแผนการผลิตด้วยเทคโนโลยี
-ส่งเสริมพืชมูลค่าสูงและสินค้า GI
-ปรับโครงสร้างตลาด ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง
.
ด้านนายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี ชี้ว่าปัญหาเกษตรกรมีทั้งปัจจัยภายนอก เช่น สงครามที่กระทบราคาพลังงาน และปัจจัยภายใน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ แม้พื้นที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่แต่เกษตรกรยังเข้าไม่ถึง พร้อมเสนอให้รัฐวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และเตรียมรับมือภัยแล้ง–น้ำท่วมควบคู่กัน
.
ขณะที่ น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย ระบุว่า ราคาข้าวอยู่ที่เพียง 5,000–6,000 บาทต่อตัน ส่วนอ้อยตกต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี เหลือเพียง 890 บาทต่อตัน อีกทั้งต้นทุนการผลิตสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าปุ๋ย น้ำมัน และค่าแรง
.
นอกจากนี้ น.ส.ประภาพร ยังเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเร่งด่วน ได้แก่
.
-ประกันราคาพืชผล เช่น ข้าว 8,000–10,000 บาทต่อตัน
-ลดต้นทุนการผลิตผ่านคูปองปุ๋ยและพลังงาน
-ส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า
-ปฏิรูปโครงสร้างตลาดให้เป็นธรรม
-สนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกร
-ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
.
ทั้งนี้ ส.ส.เพื่อไทยย้ำตรงกันว่า หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อาจกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลบูรณาการทุกหน่วยงานเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อรักษาเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกรไทยในระยะยาว
.
#พรรคเพื่อไทย #รวีเล็กอุทัย #ณัคนางค์กุลนาถศิริ #วรวงศ์วรปัญญา #ประภาพรทองปากน้ำ
บทความที่เกี่ยวข้อง