ประเสริฐ หารือ เอกอัครราชทูตจีน ร่วมมือการศึกษา AI ผลิตอาชีวะป้อนอุตสาหกรรม EV ร่วม World Digital Education Conference เมืองหางโจว.
29 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาไทย-จีน ย้ำการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาอาชีวศึกษา โดยเฉพาะเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมตอบรับเข้าร่วมการประชุมระดับโลกด้านการศึกษาดิจิทัล ประจำปี 2569 (2026 World Digital Education Conference) ณ นครหางโจว ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
.
นายประเสริฐ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศที่เปรียบเสมือนพี่น้องกัน โดยได้นำเสนอนโยบายการปฏิรูปการศึกษา 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเมืองและชนบท 2. การลดภาระครูเพื่อให้มุ่งเน้นการสอนได้อย่างเต็มที่ 3. การปรับปรุงหลักสูตรให้ตอบสนองต่อเทคโนโลยีและตลาดแรงงาน 4. การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และ 5. การปรับปรุงกฎหมายการศึกษาให้ทันสมัย
.
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความร่วมมือกับจีน เช่น ขยาย ‘ห้องเรียนขงจื่อ’ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาอาชีวศึกษา โดยเฉพาะเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จีนมีความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างบุคลากรรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
.
นายประเสริฐ กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณรัฐบาลจีน สำหรับคำเชิญเข้าร่วมการประชุมระดับโลกด้านการศึกษาดิจิทัล ประจำปี 2569 (2026 World Digital Education Conference) ณ นครหางโจว ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งตนยินดีที่จะเข้าร่วม ส่วนความคืบหน้าการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา AI นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการ และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้ลุล่วงได้ และการหารือในวันนี้ครอบคลุมประเด็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในหลายมิติ”
.
ด้านนายจาง เจี้ยนเว่ย กล่าว ยินดีกับ นายประเสริฐในโอกาสรับตำแหน่ง พร้อมชื่นชมวิสัยทัศน์และนโยบายทั้ง 5 ด้าน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของจีน ส่วนความสำเร็จจากวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่เด่นชัดคือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา และทรงชื่นชมโครงการห้องเรียนปัญญาประดิษฐ์ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือที่แน่นแฟ้น
.
นายจาง เจี้ยนเว่ย กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนอย่างเป็นระบบ มีครูอาสาสมัครและห้องเรียนขงจื่อมากที่สุด ซึ่งทางจีนยินดีให้การสนับสนุนไทยในทุกมิติ ทั้งการแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยระบบการสอนทางไกลและออนไลน์ การนำ AI มาใช้พัฒนาการศึกษา การเสริมสร้างความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี EV เพื่อร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของทั้งสองประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป
บทความที่เกี่ยวข้อง