ศธ. จัดเต็ม มาตรการรับเปิดเทอม รับมือวิกฤตพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ยกระดับ ‘ขอความร่วมมือ’ สู่ ‘ปฏิบัติจริง’

2 พฤษภาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการ ออกประกาศและแนวทางปฏิบัติ จาก 3 หน่วยงาน ครอบคลุม การศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) อาชีวศึกษาและสํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ยกระดับนโยบาย ‘ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง’ อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเร่งขับเคลื่อนจาก ‘ความร่วมมือ’ สู่ ‘การปฏิบัติจริง’ รมว. ย้ำ ‘ต้องเกิดผลจริงในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ’

.

วางมาตรการสำคัญรับเปิดเทอม มุ่งเน้นร่วมรับมือและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ร่วมลดภาระแก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง และนำอาชีวศึกษาร่วมบริการประชาชน ด้วยศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ให้บริการดูแลบำรุงรักษาด้านงานช่างเช่นล้างแอร์ บำรุงรักษาจักรยานยนต์ รวมถึงร่วมดูแลซ่อมแซมสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. และจัดหาจำหน่ายสินค้าด้านการศึกษาในราคาควบคุม (10-50%) กระจายสินค้าทั่วประเทศและทางออนไลน์ 

.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดอมรินทรารามว่า จากสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อครัวเรือนทั่วประเทศ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการ ‘ลดภาระผู้ปกครอง’ มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้พิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

.

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามพบว่า แม้หลายโรงเรียนได้ตอบรับและดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีบางแห่งที่ยังไม่ได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ปกครองยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย หรือจำเป็นต้องติดตามสอบถามด้วยตนเอง

.

นายประเสริฐกล่าวว่า “กระทรวงศึกษาธิการเข้าใจดีว่าภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาคือหนึ่งในความกังวลหลักของผู้ปกครองในเวลานี้ เราไม่ต้องการให้ความร่วมมือเป็นเพียงแนวทางเชิงขอร้องอีกต่อไป แต่ต้องเกิดผลจริงในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ”

.

โดยกระทรวงศึกษาธิการออกประกาศเพิ่มเติม กำหนดมาตรการสำคัญ 2 ด้านหลัก พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้

.

มาตรการที่ 1: ลดค่าใช้จ่ายทันที ปรับระเบียบให้สอดคล้องสถานการณ์เศรษฐกิจ

.

ยกระดับจากการ ‘ขอความร่วมมือ’ เป็น ‘แนวทางปฏิบัติ’ ที่ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการ โดยเน้นลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ได้แก่

.

– ชุดนักเรียน : อนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายสถานศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน

– ความยืดหยุ่นด้านการแต่งกาย : ส่งเสริมให้สถานศึกษาพิจารณาเพิ่มวันสวมใส่ชุดพละหรือชุดสุภาพ เพื่อลดความจำเป็นในการจัดซื้อชุดใหม่

–  ชุดลูกเสือ–เนตรนารี : ไม่บังคับจัดซื้อชุดเต็มรูปแบบ โดยสามารถใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้

.

– กระเป๋าและรองเท้า : เปิดกว้างไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสม และการใช้งานจริง

– การปักชื่อเครื่องแบบนักเรียน : ปรับจากการปักชื่อ–นามสกุลเต็ม เป็นการใช้อักษรย่อของสถานศึกษา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มอายุการใช้งาน และสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

– การบริหารจัดการระดับสถานศึกษา : มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาออกแบบมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามบริบทของพื้นที่ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและผู้ปกครอง

.

มาตรการที่ 2: จัดหาอุปกรณ์การเรียน ‘ราคาควบคุม’ เพิ่มทางเลือก ลดค่าใช้จ่ายจริง

.

– กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดหาและกระจายสินค้า อาทิ หนังสือเรียน, แบบเรียน, เครื่องเขียน, อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น ในราคาควบคุม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และมีทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

.

นายประเสริฐกล่าวย้ำว่า

.

“มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงนโยบาย แต่เป็นความตั้งใจของกระทรวงศึกษาธิการที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่ทุกครอบครัวกำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ เราจะทำให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า ระบบการศึกษาจะไม่สร้างภาระเพิ่มเติม แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขา”

.

.

#พรรคเพื่อไทย #ประเสริฐจันทรรวงทอง #อัครนันท์กัณณ์กิตตินันท์ #ศึกษาธิการ #เปิดเทอม