‘พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์’ ย้ำบทเรียนพฤษภาทมิฬ 34 ปี ‘ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองใดคุ้มค่ากับชีวิตประชาชน’ วอนทุกฝ่ายหาทางออกให้ประเทศ 

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ตัวแทนพรรคเพื่อไทยวางพวงหรีดสดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม ที่สวนสันติพร เป็นวาระครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์ ‘พฤษภาประชาธรรม’ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละชีวิตและผู้สูญเสียเนื่องในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2535 ส่งผลให้มีการเรียกร้องการจัดทำรัฐธรรมนูญ จนเป็นที่มาของการผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญปี 2540

.

โอกาสนี้ นายพร้อมพงศ์ ได้แสดงความเห็นว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อปี 2535 คือบทเรียนสำคัญที่สังคมไทยต้องไม่มีวันลืม เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองเดินไปถึงทางตัน คนที่ต้องรับผลกระทบและความสูญเสียมากที่สุด คือประชาชน

.

“ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองใดคุ้มค่ากับชีวิตของประชาชน บทเรียนจากพฤษภาทมิฬไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อรำลึกถึงอดีต แต่เพื่อเตือนทุกฝ่ายในปัจจุบันว่า การเมืองต้องมีทางออกบนหลักประชาธิปไตย การรับฟัง และความรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ความเห็นต่างนำไปสู่ความสูญเสียอีก” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

.

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การเมืองอาจมีผู้ชนะหรือผู้แพ้ได้ แต่ถ้าประชาชนต้องสูญเสีย ประเทศก็ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง

.

“วันนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญกับความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาพลังงาน ค่าเดินทาง และภาระค่าใช้จ่ายที่กดทับชีวิตประจำวัน สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ แต่คือทางออกให้ประเทศ ความหวังทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

.

นายพร้อมพงศ์ กล่าวเรียกร้องว่า รัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนอย่างจริงจัง เพราะ “การเมืองจะขัดแย้งกันอย่างไร แต่ปากท้องประชาชนรอไม่ได้”

.

นายพร้อมพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “บทเรียนจากพฤษภาทมิฬไม่ได้มีไว้แค่รำลึกถึงอดีต แต่เพื่อเตือนปัจจุบันว่า ความเห็นต่างทางการเมืองต้องไม่จบลงด้วยความสูญเสียของประชาชนอีก

.

#พรรคเพื่อไทย #พฤษภาประชาธรรม