‘ขัตติยา สวัสดิผล’ หนุนร่างกฎหมายอำนวยความสะดวกประชาชน ชี้ปฏิรูประบบราชการ ลดขั้นตอน-ลดต้นทุน ดันไทยแข่งขันเศรษฐกิจโลก
นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการแก่ประชาชน ตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อปฏิรูประบบราชการไทยให้ตอบโจทย์ประชาชนและภาคธุรกิจมากขึ้น
.
นางสาวขัตติยา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างกฎหมายดังกล่าว เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน นักวิชาการ และหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ปัญหาสำคัญของระบบราชการไทยไม่ได้มีเพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังรวมถึง “ต้นทุนทางเวลา” ความซับซ้อนของขั้นตอน และภาระที่ประชาชนต้องวิ่งตามระบบราชการแทนที่รัฐจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
.
ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การขอใบอนุญาตเพียงเรื่องเดียวแต่ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน การยื่นเอกสารซ้ำซ้อน การใช้เวลาพิจารณาที่ยาวนานและไม่มีกรอบเวลาชัดเจน ล้วนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย นักลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
.
นางสาวขัตติยา กล่าวว่า สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ การลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ห้ามหน่วยงานรัฐเรียกเอกสารที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว การเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล การกำหนดกรอบเวลาการอนุญาตให้ชัดเจน รวมถึงการเปิดเผยหลักเกณฑ์และเหตุผลในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
.
ทั้งนี้ นางสาวขัตติยาได้ระบุด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการปฏิรูประบบราชการ เห็นตรงกันว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่อการยกระดับบริการภาครัฐไทยให้ทันสมัยและสอดคล้องกับโลกยุคใหม่ แม้จะมีความซับซ้อนเพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและกฎหมายเฉพาะจำนวนมาก แต่ทุกฝ่ายยังยืนยันเดินหน้าผลักดันต่อ เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนต้องแบกรับภาระจากระบบราชการที่ล่าช้าอีกต่อไป
.
นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูประบบราชการ เช่น สิงคโปร์ ที่พัฒนาระบบอนุญาตแบบดิจิทัลและ One Stop Service จนสามารถลดระยะเวลาการอนุญาตบางประเภทจาก 21 วัน เหลือเพียง 8 วัน และกว่า 80% ของบริการสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ รวมถึง เอสโตเนีย ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐจนประชาชนสามารถใช้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลได้เกือบทั้งหมด
.
“โลกปัจจุบันแข่งขันกันที่ความคล่องตัวของประเทศ ประเทศที่ติดต่อราชการง่าย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคาดการณ์ระยะเวลาได้ ย่อมได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนทางธุรการ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย” นางสาวขัตติยา กล่าว
.
ช่วงท้าย นางสาวขัตติยา ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงมติเห็นชอบตามการแก้ไขของวุฒิสภา เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้สามารถผลักดันสู่การปฏิบัติและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
.
#พรรคเพื่อไทย #ขัตติยาสวัสดิผล #ประชุมสภา