20 เรื่องไม่ลับ ฉบับ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกรัฐบาล
เอาว่าอย่างสั้นกระชับ “อ๊ก – ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร” รองโฆษกรัฐบาล (ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล) เป็นคนจากพรรคเพื่อไทยเพียงคนเดียวในทีมโฆษกฯ และการเข้าสู่การเมืองของเธอมาจากการสนับสนุนของครอบครัวที่ผู้เป็นพ่อเคยเป็นนายทหารและอดีตสมาชิกวุฒิสภา ส่วนผู้เป็นตาเคยเป็นนักกฎหมายและเป็นถึงรองประธานวุฒิสภาในสมัยที่มีการเลือกตั้ง สว.ตามรัฐธรรนูญ 40 ด้วย
.
เธอเรียนจบ ป.ตรี ด้านนิติศาสตร์, ป.โท ด้านวิทยาศาสตร์พลังงาน และ ป.เอก ด้านการบริหารกระบวนการยุติธรรม ทำงานมาทั้งภาคเอกชนในธุรกิจพลังงาน และภาครัฐในฐานะอัยการศาลทหาร รวมถึงภาคนักวิชาการในฐานะอาจารย์สอนกฎหมาย
.
แต่หากจะแนะนำเพียงเท่านี้ ถามว่าพอไหมที่จะทำให้รู้จักกันมากขึ้น ก็ต้องบอกว่าอาจจะยัง…
.
และนี่คือ 20 เรื่องไม่ลับ จาก Nice to Meet You. (รายการชวนรู้จักทีมเพื่อไทยหน้าใหม่) EP2. ที่เราอยากพาไปรู้จัก ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ให้มากกว่านี้
.
1. เด็กเนิร์ดผู้มีหนังสือเป็นเพื่อน
.
อ๊กเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ตั้งแต่จำความได้ เธอคือเด็กเรียนที่เป๊ะอยู่ในกฎระเบียบ “เลิกเรียนช่วง 3-5 โมงเย็นก็ตรงดิ่งกลับบ้านมานั่งทำการบ้าน พอเช้าวันต่อมาก็รีบไปโรงเรียนเพื่อส่งการบ้านครูทันที” และยิ่งการเป็นคนเรียบร้อยก็ยิ่งทำให้วัยเด็กของเธอมีหนังและหนังสือเป็นเพื่อนแทน จนกระทั่งมันค่อยๆ ชักชวนให้เธอได้เลือกเส้นทางชีวิตตั้งแต่เด็ก
.
2. นักกฎหมายสาว
.
อ๊กอยากเป็นนักกฎหมายตั้งแต่เรียนมัธยมต้น เพราะมีแรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง Legally Blonde (2001) ที่แอลล์ วู้ดส์ ตัวละครนางเอกนักกฎหมายชอบแต่งตัวสีชมพู จนกลายเป็นไอดอลของเธอและทำให้ตั้งเข็มมุ่งในการอ่านหนังสือกฎหมายจริงจัง ก่อนที่ในเวลาต่อมา รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญโดย คมช. เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 จะทำให้เธอเข้าใจสังคมไทยมากขึ้น
.
3. คนสองบุคลิก
.
พ้นจากการเรียน ถ้าไม่อ่านหนังสือหรือดูหนัง สิ่งที่อ๊กรักมากคือการนอน “เราเป็นคนที่แฮปปี้กับการนอนที่สุด” จนบางทีถ้าเพื่อนเธอชวนไปเที่ยวแล้วรู้ว่าต้องกลับดึก เธอจะเลือกนอนอยู่บ้านแทน ทำให้หลายคนชอบบอกว่าเธอมีความเป็น Introvert ในขณะที่บางครั้งเธอกลับเป็น Extrovert หรือว่าจริงๆ อาจเป็น Omnivert
.
4. “I can eat noodle everyday”
.
อ้อ… อีกเรื่องที่อ๊กหลงรักมากเป็นพิเศษคือการกิน โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยว นับเป็นงานอดิเรกหลักของเธอก็ว่าได้ “กินมาตั้งแต่เด็กและกินได้ทุกวันไม่มีเบื่อเลยจริงๆ I can eat noodle everyday ค่ะ” วันนี้เธอเลยเปิดลายแทงร้านเด็ดที่ชอบไปกินบ่อยๆ ได้แก่ ร้านรุ่งเรือง สุขุมวิท 26, ร้านแซว สุขุมวิท 49, ร้านใสสะอาด วังบูรพา
.
5. ตำนานเมาดิบ
.
สมัยเรียนนิติฯ ที่ธรรมศาสตร์ อ๊กลองพาตัวเองไปท่องราตรีอยู่บ้าง แต่ความที่เป็นคนแพ้แอลกอฮอล์ จึงทำให้ดื่มไม่ได้ เธอจึงสร้างตำนานให้ตัวเองด้วยการเมาดิบเพื่อจะได้เอ็นจอยไปกับเพื่อนๆ ได้ แต่ทว่า “เราเป็นคนเต้นไม่ตรงจังหวะ สเตปแบบดนตรีอยู่ปัตตานี คีย์อยู่เชียงราย เพราะเอนเนอร์จี้อยากสนุก คนอื่นเลยคิดว่าเมาจริง”
.
6. นิติศาสตร์ มธ.
.
“เราตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ตั้งแต่ ม.1 ว่าอยากเรียนนิติศาสตร์ ไม่มีไขว้เขว เพราะอินกับประโยคที่ว่า ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้เรารักประชาชน” เมื่อบวกกับที่บ้านสนับสนุนและเป็นแรงบันดาลใจให้มาตั้งแต่เด็ก จากการที่มีคุณตาเป็นนักกฎหมายและนักการเมือง เธอจึงมุ่งมั่นเข้านิติฯ ธรรมศาสตร์จนสำเร็จ
.
7. สวมเสื้อแดง
.
ในช่วงเดือน เมษาฯ-พฤษภาฯ 2553 คนเสื้อแดงลงถนนเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา เพราะการตั้งรัฐบาลในค่ายทหารและวิกฤตความยุติธรรมสองมาตรฐาน อ๊กที่กำลังอินการเมืองและเรียนกฎหมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่รอช้าจะสวมเสื้อแดงเข้าไปทำความรู้จักการเมืองภาคประชาชนให้เห็นกับตา จนกระทั่งมีการล้อมปราบเลยทำให้เธอตาสว่างกว่าเดิม
.
8. แฟชั่นนิสต้า
.
แม้จะเป็นเด็กเรียบร้อย แต่ไลฟ์สไตล์ช่วงมหาวิทยาลัยของอ๊กนับว่าจัดเต็ม “สมัยเรียนเพื่อนๆ ที่ธรรมศาสตร์จะรู้กันดีเลยว่าอ๊กต้องมากับรองเท้าส้นสูงเท่านั้น เพราะเป็นคนชอบแต่งตัวมาก” ต่อให้ทางเดินในธรรมศาสตร์จะสมบุกสมบัน ทั้งอิฐตัวหนอน หลุมบ่อ ดินลูกรัง แต่เธอก็ใช้ส้นสูงประคองร่างผ่านมาได้ทุกรันเวย์ จากความชอบแต่งตัว ทำให้เธอมีโอกาสถ่ายภาพลงนิตยสารวัยรุ่นเช่น Cheeze Magazine หรือ เธอกับฉัน เป็นต้น และถึงแม้จะเรียนอยู่แถวรังสิต แต่ใจมันชอบดึงเธอเข้าเมืองมาหาเพื่อนแถวจุฬาฯ เพื่อเดินเล่นสยามสแควร์ตามประสาเด็กสยามท่านหนึ่ง
.
9. สู่กรมพระธรรมนูญ
.
หลังจากเรียนจบกฎหมาย อ๊กเริ่มทำงานที่บริษัทเอกชนก่อนจะตัดสินใจเรียนต่อปริญญาเอก โดยมีโจทย์ใหญ่ในใจคือการทำวิทยานิพนธ์เรื่องการปฏิรูปศาลทหาร ประกอบกับมีคุณพ่อเป็นทหารอยู่แล้ว เธอจึงอยากรู้ว่าระบบข้างในเป็นอย่างไร “ถ้าเราอยากจะวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อเสนอทางออกให้เขาได้อย่างถูกต้อง เราต้องเอาตัวเองเข้าไปเห็นของจริงข้างใน”
.
ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นกรมพระธรรมนูญเปิดรับสมัครพอดี เธอจึงตัดสินใจลองสอบแข่งขันทั้งข้อเขียนและสมรรถภาพร่างกายสุดหินจนได้บรรจุเข้าไปทำงาน ซึ่งสิ่งที่เธอพบในกรมพระธรรมนูญคือ กระบวนการยุติธรรมทางทหารแทบไม่ต่างจากพลเรือนเพราะใช้กฎหมายตัวเดียวกัน แต่สิ่งที่พีคที่สุดในเส้นทางนี้กลับเป็นตอนที่เธอต้องไปฝึกทหาร
.
10. รีวิวเขาชนไก่
.
หลังสอบผ่าน อ๊กต้องเผชิญคัลเจอร์ช็อกที่ค่ายเขาชนไก่ จากแฟชั่นนิสต้าส้นสูงสับๆ พลิกมาสู่สาวในเครื่องแบบ สวมชุดพรางหนาๆ และคอมแบตหนักอึ้ง ฝึกตากแดดลุยโคลนจนมอมแมม และสิ่งที่ชวนจำฝังใจคือการอาบน้ำจากอ่างรวมที่เต็มไปด้วยคราบเขรอะ “เราซื้อเม็ดฟู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียมาใส่อ่างน้ำด้วย ปรากฏว่าใส่ไป 2 เม็ด เม็ดฟู่จมหายบ๊ายบายไปเลย เม็ดฟู่ไม่สู้เลยลูก” นอกจากนี้เธอยังเปิดโลกด้วยการลองกินอึ่งอ่างครั้งแรกในชีวิต ถือเป็นอีก 7 วันในภารกิจทำตามฝัน
.
11. บทบาทอัยการทหาร
.
อ๊กใช้ชีวิตในเครื่องแบบทหารอยู่ราว 6 ปี เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญประจำหน่วย ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นอัยการทหารผู้ช่วยที่กรมพระธรรมนูญ ทำหน้าที่เขียนสำนวนและเป็นโจทก์ฟ้องคดีเหมือนอัยการพลเรือน และย้ายไปอยู่กองสงเคราะห์ทางกฎหมายทำหน้าที่ทนายทหารก่อนลาออกเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ ประสบการณ์นี้เธอมองว่า “เราอยากเห็นการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง AI หรือกฎหมายต่างประเทศ และอยากให้มี Two-way Communication ระหว่างทหารและประชาชน เป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันศาลทหารให้ได้มาตรฐานสากลอย่างเท่าเทียมกัน”
.
12. จากอาจารย์กฎหมายสู่ทีมโฆษกพลังหญิง
.
จากอัยการทหาร อ๊กไปต่อที่ภาคนักวิชาการเต็มตัวด้วยการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ จนกระทั่งการเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ. 2569 มาถึง ความฝันที่เธอรู้สึกอยากผลักดันนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับความยุติธรรมผ่านเวทีการเมืองก็ทำให้เธอที่เป็นแฟนคลับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้วหันมาลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ จนวันที่เข้ามารับตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล หลายคนทักถามเธอว่า “เกร็งไหมที่ต้องเป็นคนจากพรรคเพื่อไทยเพียงคนเดียวในทีมโฆษกรัฐบาล แต่อ๊กกลับมองเป็นเรื่องโชคดีที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆ ที่น่ารัก และร่วมมือกันผลักดันเรื่อง Empowering Woman” บรรยากาศการทำงานในทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความสุขและลงตัวสุดๆ
.
13. Synergistic Government
.
กับการบาลานซ์และการวางตัวกับสื่อในฐานะคนเพื่อไทยหนึ่งเดียว เธออยากให้ทุกคนมองภาพรัฐบาลยุคนี้ตามคำของอาจารย์เชนว่าเป็น “Synergistic Government” หรือรัฐบาลที่ผสานพลังร่วมกันทำงาน ทุกนโยบายที่จะสำเร็จคือผลงานของทีมเวิร์ก “เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะสังกัดพรรคไหน การเอาผลงานและนโยบายนำเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนคือหมุดหมายที่สำคัญที่สุด” อ๊กย้ำ
.
14. คำพูดคือนายเรา
.
โจทย์หินในงานโฆษกรัฐบาลสำหรับอ๊กคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะตำแหน่งนี้ต้องเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างรัฐบาล สื่อ และประชาชน ท่ามกลางกระแสสังคมและมุมมองที่หลากหลาย “การจะสื่อสารเรื่องเดียวกันให้คนที่มีความเห็นต่างเข้าใจตรงกันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และหากเกิดวิกฤตหน้างานก็ต้องพร้อมตัดสินใจและแก้ไขทันที” สิ่งที่เธอตระหนักอยู่เสมอในฐานะกระบอกเสียงคือ “คำพูดคือนายเรา เราต้องรับผิดชอบในทุกคำพูดและการสื่อสารที่ออกไปอย่างเต็มที่”
.
15. แปลเรื่องยากให้จำง่าย
.
ในพาร์ทการแบ่งหน้าที่ อ๊กรับผิดชอบดูแลงานสื่อสารในโควตา 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ แรงงาน, ศึกษาธิการ, พัฒนาสังคมฯ, เกษตรฯ และ อุดมศึกษาฯ ซึ่งงานสุดท้าทายสำหรับเธอคือการแปลภาษาวิทยาศาสตร์ หรือศัพท์เทคนิคยากๆ ให้กลายเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย “โชคดีที่ทีมสื่อสารหลังบ้านทำงานกันหนัก ช่วยกันสรุปประเด็น ย่อยข้อมูล ศัพท์กฎหมาย หรือเรื่องเศรษฐกิจสังคมที่ดูไกลตัว ให้กลายมาเป็นภาษาชาวบ้านที่เข้าถึงง่าย คนจำได้ดี และส่งสารออกไปได้อย่างรวดเร็วทันใจพี่น้องประชาชน”
.
16. จริงๆ ไม่ได้ชื่อ “อ๊ก”
.
ใครจะรู้ว่าชื่อเล่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้มีที่มาจากความเอ็นดูในวัยเด็ก เพราะจริงๆ แล้วเธอชื่อ “นก” แต่เรื่องของเรื่องคือ “ตอนอายุ 4 ขวบ ออกเสียงตัว น หนู ไม่ชัด เวลาใครถามว่าชื่ออะไร ก็จะตอบเสียงเพี้ยนว่า อ๊กๆๆ ตลอด คุณพ่อคุณแม่เลยตัดปัญหาเปลี่ยนชื่อเล่นให้เป็นอ๊กไปเลย” พอมีคนมาถามทีหลังว่าชื่อนี้หมายความว่าอะไร ก็กลายเป็นเรื่องเล่าขำๆ ในวัยเยาว์ไปเสียทุกที
.
17. ไม่ต้องเลือก “งาน” หรือ “ลูก”
.
เมื่อต้องรับบทเวิร์กกิ้งมัมที่งานรัดตัว อ๊กมักจะถูกถามบ่อยๆ เรื่องการจัดสรรเวลา ซึ่งเธอให้คำตอบอย่างหนักแน่นว่า “เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าในงานหรือความเป็นแม่ เราทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้ ทุกอย่างอยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญ” แต่อ๊กโชคดีที่ลูกสาวเข้าใจ เวลาบอกว่า “เดี๋ยวแม่ขอทำงานก่อนนะลูก” เธอจะรับฟังเสมอ เพราะเธอคอยสอนลูกตลอดว่าตัวเขาเองก็มีหน้าที่เรียนหนังสือเหมือนกัน และการที่อ๊กทำงานหนักมาตั้งแต่เขาเกิด ทำให้ลูกสาวเห็นและซึมซับวิถีชีวิตนี้ไปในตัว
.
18. เวลาคุณภาพ
.
ต่อให้ตารางงานจะแน่นแค่ไหน สิ่งที่อ๊กไม่เคยละเลยคือเวลาคุณภาพ ก่อนนอนเธอต้องเล่านิทานและนอนคุยกับลูกเสมอ คำถามที่เธอถามลูกสาวทุกวันคือ “วันนี้มีเรื่องดีๆ หรือเรื่องอะไรที่เป็น Happy moment ของหนูบ้างลูก เพราะกระบวนการเหล่านี้เป็นการสร้างทักษะ EF (Executive Functions) ที่สำคัญมากต่อการเติบโต” และทำให้แม่ลูกสนิทกันมากที่สุด
.
19. ตัวตนที่แท้จริง
.
สำหรับการวางอนาคตให้ลูกสาว อ๊กยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการวางกรอบให้ลูกแน่นอน เพราะเธอเชื่อว่า “คนเรามีความถนัดต่างกัน วิธีการของเราคือคอยสังเกตและสนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาตัวเองจนเจอว่าชอบอะไร และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด” ปัจจุบันเธอมีลูกสาวคนเดียว ซึ่งด้วยความที่เธอเองก็เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน เลยคิดว่าการมีลูกคนเดียวลงตัวที่สุดแล้ว
.
20. ตุ๊กตาพลังบวก
.
ปิดท้ายด้วยไอเทมลับประจำตัวอ๊กอย่าง “น้องจุ๊บ” ตุ๊กตามังกรบีบนุ่มนิ่มที่ลูกสาวฝากให้มาคอยดูแลแม่ “เขาอยากให้ตุ๊กตาตัวนี้คอยส่งพลังบวกให้เวลาแม่เหนื่อย เลยสั่งแกมบังคับให้พกติดตัวไปทุกที่แบบ Everywhere with me ถึงขนาดเข้าทำเนียบรัฐบาลก็ต้องพกใส่กระเป๋าไปด้วย” เพราะบางทีลูกสาว FaceTime มาแถมยังแอบเช็กว่าน้องจุ๊บอยู่ด้วยไหม “แต่มันเวิร์กมากเพราะเวลาเครียดๆ แค่หยิบน้องจุ๊บมาบีบก็นุ่มมือผ่อนคลาย กลายเป็นพลังใจชั้นดีที่ส่งตรงจากลูกสาวสุดเลิฟ
.
#ภัทร์ดารัสมิ์ทองสลวยกร
#NicetoMeetYou
#พรรคเพื่อไทย