‘รมช.ปิยะรัฐชย์’ ลงพื้นที่อุตรดิตถ์ เดินหน้าถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร พร้อมเร่งติดตามความพร้อมด้านน้ำ เพิ่มความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรในพื้นที่

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ วัดราชคีรีวิเศษ หมู่ที่ 7 ตำบล บ่อทอง อำเภอทองแสนขัน เพื่อให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลและดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร

น.ส.ปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตพืชผลทางการเกษตรให้ได้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยืน พร้อมให้บริการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรแบบครบวงจรเชิงรุก เพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และทันต่อสถานการณ์อีกทั้งส่งเสริมการยกระดับรายได้และลดความเหลื่อมล้ำของเกษตรกรโดยการส่งเสริมตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร การส่งเสริมการเกษตรปลอดภัย การลดต้นทุนการผลิต และการบูรณาการการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้เทคโนโลยี รวมถึงบริการภาครัฐอย่างทั่วถึงการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงเกษตรปลอดภัย การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนรวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเกษตรกรรมต่อไปในอนาคต

สำหรับกิจกรรมภายในงานที่สำคัญ ได้แก่ การทำหมัน สุนัข/แมว  การสนับสนุนปัจจัยการผลิต  และรับคำขอการออกโฉนดจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) รวมถึงการให้บริการ 11 คลินิกหลักที่ครอบคลุมในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรและคลินิก อื่น ๆ จากหน่วยงานสนับสนุนหลัก เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการภาครัฐของเกษตรกร และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสามารถต่อยอดการสร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบ อีกทั้งการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน ตลอดจนมีสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสินค้าOTOP มาจัดจำหน่าย

นอกจากนี้ น.ส.ปิยะรัฐชย์ และคณะ ได้เดินทางไปยัง สะพานน้ำ คลองส่งน้ำสายใหญ่ กม.14 200 บ้านโคกงาม ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ รวมถึงการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและการใช้งานคืนสู่สภาพเดิม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค และสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน ประมาณ 10,000 ไร่ ต่อหนึ่งฤดูกาลเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพอีกด้วย 

ต่อมาลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำ ณ โครงการผันน้ำคลองละวาน (บึงสมอพิเภก) พร้อมอาคารประกอบ ตำบลบ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสนับสนุนด้านการอุปโภคบริโภคด้านการเกษตร โดยมีการวางแผนการขุดลอกคลองละวาน คลองชักน้ำ คลองห้วยร้องป่าช้า และท่อระบายน้ำ เพื่อเพิ่มความเสถียรภาพในการบริหารจัดการน้ำแก้ไขปัญหาน้ำหลากและกักเก็บน้ำต้นทุนให้เพียงพอตลอดทั้งปี และป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำรองรับปริมาณน้ำในฤดูน้ำหลากอย่างมีประสิทธิภาพได้ 

ขณะที่โครงการผันน้ำคลองละมุง บึงช่อ แม่น้ำน่าน พร้อมอาคารประกอบ มีแผนการขุดลอกคลองผันน้ำเป็นระยะ 1,240.00 เมตร ขุดลอกคลองแนวที่ 1 ระยะ 3,200.00 เมตร และขุดลอกคลองแนวที่ 2 ระยะ 3,500.00 เมตร เพื่อป้องกันพื้นที่การเกษตรที่ถูกน้ำท่วมได้ประมาณ 50,000 ไร่ ซึ่งเป็นการระบายน้ำอีกทางหนึ่งและไม่เกิดการท่วมขังในพื้นที่ของเกษตรกร

จากนั้น รมช.ปิยะรัฐชย์ เดินทางไปยัง สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท้ายวัดพญาปันแดน จำกัดเพื่อติดตามการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกรที่เป็นต้นแบบความสำเร็จในเรื่องการบริหารจัดการน้ำและการบริหารพลังงานอย่างคุ้มค่าและลดต้นทุน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ให้การสนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อบริการสมาชิกพร้อมยกระดับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้เป็นสถาบันเกษตรกรผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต ตลอดจนเยี่ยมชมกิจกรรมของสหกรณ์และกลุ่มอาชีพในพื้นที่อีกด้วย

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เกิดผล ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการน้ำและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า การยกระดับสถาบันเกษตรกรสู่การเป็น “ผู้ให้บริการธุรกิจเกษตร” เกษตรปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อมการ”หยุดเผา” และการสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกินให้เกษตรเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีความมั่นคง มีสิทธิ์ในการทำกินอย่างถูกต้อง และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการพัฒนาอาชีพได้อย่างสบายใจ” น.ส.ปิยะรัฐชย์กล่าว

ต่อมา น.ส.ปิยะรัฐชย์ได้นำคณะลงพื้นที่ ณ ฝายกั้นน้ำคลองหนองตม (วัดสวนร่มบารมี) อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ และแนวทางการกักเก็บน้ำเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรอย่างมีเสถียรภาพ อีกทั้งยังพบปะและรับฟังปัญหาความเดือนร้อนของเกษตรกรในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาและเป็นแนวทางในการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

#เพื่อไทย #ปิยะรัฐชย์ติยะไพรัช #อุตรดิตถ์