‘สุชาติ ธาดาธำรงเวช’ หนุนแก้กฎหมายตลาดทุนรับยุคดิจิทัล แนะ ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ ต้องเร่งกำกับดูแลฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังเผชิญสารพัดคดีฉาว

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. … โดยชื่นชมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ริเริ่มปรับกฎระเบียบรองรับ “หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล” ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินยุคใหม่

.

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.สุชาติ ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ ความรวดเร็วในการกำกับดูแลตลาดทุนและตลาดเงิน รวมถึงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล หลังจากในช่วงปี 2565-2568 เกิดกรณีอื้อฉาวในตลาดทุนหลายคดี ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างรุนแรง

.

ศ.ดร.สุชาติ ระบุว่า หลายกรณีสร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบตลาดทุนเป็นวงกว้าง อาทิ กรณีบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีมูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท รวมถึงกรณีบริษัทจดทะเบียนและธุรกิจดิจิทัลอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนจำนวนมาก ตลอดจนปัญหาการใช้ช่องโหว่ในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ที่สร้างความเสียหายแก่บริษัทหลักทรัพย์ และกรณีของบริษัทที่จัดประกวดนางงามระดับนานาชาติที่เป็นข่าวต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

.

“หลายเรื่องปรากฏเป็นข่าวต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี แต่การดำเนินการแก้ไขกลับล่าช้า ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนอย่างมาก” ศ.ดร.สุชาติ กล่าว

.

พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อสัญญาณความผิดปกติได้ทันท่วงที โดยหากกฎหมายปัจจุบันยังมีข้อจำกัด ก็ควรเร่งแก้ไขกฎหมายหรือออกระเบียบเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล

.

ศ.ดร.สุชาติ ยังกล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยซบเซาและสูญเสียความน่าสนใจในการดึงดูดเงินลงทุน ทั้งที่ตลาดทุนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

.

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งกรรมการในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน โดยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีประวัติเสื่อมเสียเข้ามามีบทบาทในองค์กรกำกับดูแล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบตลาดทุนโดยรวม

.

“ตลาดทุนไทยจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว และยึดมั่นในธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” ศ.ดร.สุชาติ กล่าวทิ้งท้าย

.

#พรรคเพื่อไทย #สุชาติธาดาธำรงเวช #พรบหลักทรัพย์ #ประชุมสภา