สส.เพื่อไทย หนุน กม.แพทย์แผนไทย เสริมเศรษฐกิจสุขภาพ เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

วันที่ 10 มิถุนายน 2569  ที่รัฐสภา สส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….   

นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีทุนที่หลายประเทศไม่มี คือภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย กว่า 26 ปีที่ประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ แต่กลไกที่ออกแบบไว้ไม่สามารถตอบโจทย์ความทันสมัย กลไกในเชิงพาณิชย์ยังมีข้อจำกัด รวมทั้งค่าตอบแทนที่ยังไม่กลับไปสู่ชุมชน 

รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย มีวิสัยทัศน์ในเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ หรือ Wellness ครอบคลุมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์แผนไทย สมุนไพร จะเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ทำให้ประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง จึงต้องมีโครงสร้างให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปแข่งขันในเวทีโลก 

ในปี 2566 สมุนไพรไทยมีมูลค่า 56,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปี ในปี 2567 เติบโตถึง 23.1% เป็นการสะท้อนความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มมากขึ้น

นางมนพร กล่าวว่า เศรษฐกิจทางด้านสุขภาพต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ หรือ Scientific Based Wellness พร้อมกับในร่างกฎหมายมีการกล่าวถึงมิติของชุมชน เชื่อว่าถ้ามีชุมชนที่เข้มแข็ง จะสร้างมูลค่าห่วงโซ่ของความยั่งยืน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการคุ้มครองสิทธิภูมิปัญญาของชุมชน ถ้าหากผู้นำตำรับยาของชุมชนไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ต้องขออนุญาตและจ่ายเงินให้กับชุมชนโดยตรง เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น

“ดิฉันขอสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย กับระบบเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง เมื่อโครงสร้างกฎหมายพร้อม ตลาดที่กำลังเติบโต ภูมิปัญญาที่มีอยู่ สามารถเติมเต็มอย่างยั่งยืน” นางมนพรกล่าว 

นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ในมาตรา 16 และมาตรา 42/1 ถึง 42/5 กล่าวถึงการเพิ่มประเภทภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ที่เป็นตำราการแพทย์แผนไทยของชุมชน สิ่งนี้เป็นประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มกลไกคุ้มครองภูมิปัญญาของชุมชน รวมถึงการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม 

ในมาตรา 19 การกำหนดให้นำตำหรับยา การขึ้นทะเบียนตำหรับสมุนไพรไทย เป็นสิ่งที่ดีที่มีการคุ้มครองเจ้าของภูมิปัญญา สามารถมีลิขสิทธิ์เป็นของตนเอง แต่ก็มีข้อห่วงใยความซ้ำซ้อนในการขอขึ้นทะเบียนต่างๆ ไม่อยากเพิ่มต้นทุนในการขอขึ้นทะเบียน แทนที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน

ในมาตรา 43 วรรค 2 และมาตรา 64 วรรค 2 การออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นเมืองในต่างประเทศของไทย และใบแทนหนังสือสำคัญการขึ้นทะเบียนที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร หรือที่ดินที่ใช้ปลูกสมุนไพร เป็นสิ่งที่ดีในการช่วยปกป้องรักษาสมุนไพรไทย ซึ่งหากเราไม่มีกฎระเบียบที่เป็นมาตรฐาน มีความกังวลว่าอาจจะไม่ต่างกับพืชผลอื่นๆ

“ผมสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นการรักษาสิ่งที่เป็นมรดกตกทอดบรรพบุรุษของเราให้ยังคงอยู่ รวมถึงพัฒนาต่อยอดสมุนไพรไทยไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศไทยในอนาคต” นายรวีกล่าว

ด้านนายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา กล่าวว่า ในโรงพยาบาลของรัฐ มีการนำยาสมุนไพรมาใช้เพียง 2% เสนอให้มีการตั้งคณะทำงานในการขับเคลื่อนการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรให้เกิดประโยชน์ โดยอยากให้โรงพยาบาลของไทย ใช้ยาสมุนไพร 20-30% จะสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก

#เพื่อไทย #มนพรเจริญศรี #รวีเล็กอุทัย #วัชรพลโตมรศักดิ์ #แพทย์แผนไทย #สมุนไพร