‘ศ.ดร.ยศชนัน’ ถก รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เนเธอร์แลนด์ ชูจุดแข็งเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ดันไทยเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์-ชิปโฟโตนิกส์ ลุยปั้นทาเลนต์ 8.4 หมื่นคนใน 5 ปี

‘ศ.ดร.ยศชนัน’ รองนายกฯ ถก รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เนเธอร์แลนด์ ชูจุดแข็งไทยเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ดันเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์และประตูสู่อาเซียน พร้อมลุยตั้งคณะทำงานร่วมเดินหน้า 4 เทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมกางแผน Execution ปั้นทาเลนต์ 8.4 หมื่นคน ปิดช่องว่างแรงงานใน 5 ปี เล็งเจาะตลาดชิปโฟโตนิกส์ดันไทยขึ้นแท่นฮับอาเซียน

ช่วงบ่ายของวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ระหว่างการเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมเพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เข้าหารือกับ Rianne Letschert รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ (Ministry of Education, Culture and Science) ของเนเธอร์แลนด์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเนเธอร์แลนด์เข้ากับเครือข่ายภูมิภาคอาเซียนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

.

ประเด็นสำคัญในการหารือครั้งนี้ รัฐบาลไทยได้นำเสนอวิสัยทัศน์และความพร้อมในการเป็นหมุดหมายปลายทางที่สำคัญ สำหรับการลงทุนและการวิจัยพัฒนาของกลุ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์จากประเทศเนเธอร์แลนด์

.

“ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญคือ ‘ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์’ ประกอบกับการมีที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง เราจึงมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะทำหน้าที่เป็น ‘ประตู’ (Gateway) เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนจากเนเธอร์แลนด์เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนได้อย่างไร้รอยต่อ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเน้นย้ำถึงศักยภาพของไทย

.

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงขอบเขตความร่วมมือเชิงลึกใน 4 ด้านหลัก ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาท้าทายเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่

.

1. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

2. ความปลอดภัยและความยืดหยุ่น (Safety and Resilience)

3. เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech)

4. พลังงานและสภาพภูมิอากาศ (Energy and Climate)

.

ขั้นตอนต่อไปในการดำเนินงาน

.

เพื่อให้การหารือระดับนโยบายเกิดผลสัมฤทธิ์ในเชิงปฏิบัติ ที่ประชุมได้เห็นพ้องให้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เป็นรูปธรรม โดยมีขั้นตอนถัดไปที่สำคัญ ดังนี้

.

การจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Working Team) เพื่อเป็นกลไกหลักในการประสานงาน ผลักดัน และติดตามความร่วมมือของทั้งสองประเทศให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

.

การจับคู่ธุรกิจ (Company Matching) เพื่อส่งเสริมและสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ และสตาร์ทอัพของไทยและเนเธอร์แลนด์

.

การแบ่งปันงานวิจัยและบุคลากร (Research and Talent Sharing) มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาขีดความสามารถร่วมกันของบุคลากรและนักวิจัยชั้นนำจากทั้งสองประเทศ

.

ในช่วงท้ายของการหารือ ศ.ดร.ยศชนัน ได้เปิดเผยเพิ่มเติมถึงภาพรวมความสำเร็จของการเยือนในครั้งนี้ว่า “การหารือระดับรัฐมนตรีในวันนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความตั้งใจของไทย ในการกระชับความสัมพันธ์กับเนเธอร์แลนด์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเป็นการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็น ‘พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์’ และประตูเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ทั้งในมิติของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต”

.

ทั้งนี้ สำหรับภารกิจของ ศ.ดร.ยศชนัน ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจก่อนหน้า ตั้งแต่วันที่ 13-16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มต้นด้วยการพบปะแลกเปลี่ยนไอเดียกับนักวิชาชีพและนักเรียนไทยในไอนด์โฮเฟิน เพื่อขยายมุมมองว่าทั่วโลกคือ Ecosystem ที่จะมาร่วมกันวางรากฐานและขับเคลื่อนประเทศ เปลี่ยนไทยจากแค่ “ผู้ซื้อ” มาเป็น “พันธมิตรร่วมสร้าง” (Deep Tech Creator) อย่างเต็มตัว 

.

และการเยือนเนเธอร์แลนด์ในรอบกว่า 10 ปีครั้งนี้ ของผู้บริหารระดับสูงครั้งนี้ ได้เดินหน้าถอดโมเดล Brainport และเจรจากับ ASML และ TU/e เพื่อปักหมุดดึงไทยร่วมซัพพลายเชนโลก พร้อมนำทีม BOI และสถานทูตฯ กางแผนดึงดูด 30 สตาร์ทอัพและสเกลอัปของเนเธอร์แลนด์ด้วยโมเดล Open Innovation ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางดีพเทคแห่งอาเซียน (New SEA Hub) ตลอดจนหารือกับ AXELERA AI ผู้พัฒนาชิปประมวลผลระบบเปิด ซึ่งผู้บริหารเตรียมเยือนไทยในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ก.ค. เพื่อคิกออฟโครงการและพิจารณาแอปพลิเคชันที่ทาเลนต์ไทยสามารถร่วมพัฒนาได้ 

.

นอกจากนี้ ยังได้ผนึกกำลังเซ็น MOU กับ University of Twente สถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกด้านนาโนเทคและโฟโตนิกส์ โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เป็นหน่วยปฏิบัติการหลักจัดตั้ง Joint Lab เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และตอบโจทย์เป้าหมายการผลิตกำลังคน และเร่งเดินหน้าแผน Execution ปั้นทาเลนต์ทักษะสูง 84,900 คน และนักวิจัยอีก 1,780 คน เพื่อปิดช่องว่างความต้องการแรงงานที่พุ่งสูงกว่า 226,000 ตำแหน่งใน 5 ปีข้างหน้า

.

จากนั้น เข้าชมโรงงาน SMART Photonics โรงงานผลิตชิปโฟโตนิกส์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งรองนายกฯ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “แทนที่เราจะวิ่งตามในสมรภูมิที่เราเสียเปรียบ ทำไมเราไม่เป็นผู้นำในสมรภูมิที่เรามีโอกาส” เนื่องจากการสร้างโรงงานชิปโฟโตนิกส์ใช้เงินลงทุนราว 5,600 ล้านบาท น้อยกว่าโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เม็ดเงินถึง 160,000 ล้านบาท หรือลงทุนน้อยกว่าถึง 30 เท่า ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นไปได้จริงสำหรับประเทศไทย

.

และนำมาสู่ภารกิจล่าสุดในช่วงเช้าของวันที่ 17 มิ.ย. 69 กับการลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญกับ TU Delft ตามที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการปูทางสู่การสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่สมบูรณ์แบบในไทย ซึ่งเป็นภารกิจก่อนเข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ ของเนเธอร์แลนด์

.

#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #อาจารย์เชน #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม