90 วัน “ยศชนันทำได้….ทำให้ไทยยิ่งใหญ่” พลิกโฉม อว. สานงานเดิม-เริ่มงานใหม่ ชูนวัตกรรมแก้ปัญหาคนไทย
นับตั้งแต่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมอบนโยบายเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569
ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการพลิกโฉมประเทศไทยสู่การมีรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอด 90 วันที่ผ่านมา (9 เมษายน-30 มิถุนายน 2569) ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานแบบ “สานงานเดิม เริ่มงานใหม่” อย่างชัดเจน
เราจะพาไปดู 10 ผลงานเด่นว่ามีจุดเริ่มต้น การต่อยอด และเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ใครบ้าง
เริ่มกันที่นโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา “TCAS69 เท่าเทียม” ซึ่งเป็นงานใหม่ที่เข้ามาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้เด็กมัธยมปลายและผู้ปกครองกว่า 927,893 คน โดยรัฐสนับสนุนงบประมาณกว่า 147.22 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนค่าสอบ ค่าสมัครรอบ Admission ไปจนถึงการเตรียมระบบแฟ้มสะสมผลงาน (TCASfolio) และสนามสอบจำลอง
อีกหนึ่งงานใหม่ที่เข้ามาแก้ปัญหาคลาสสิกของระบบราชการคือ “AI ตรวจวิจัยซ้ำซ้อน” เป็นการนำปัญญาประดิษฐ์มาสแกนโครงการวิจัยกว่า 7,920 โครงการ เพื่อป้องกันการขอทุนซ้ำซ้อน งานนี้ช่วยหน่วยงานภาครัฐและหน่วยให้ทุนประหยัดงบประมาณในปีแรกไปได้ถึง 72.78 ล้านบาท
ส่วนเรื่องขวัญกำลังใจคนทำงาน อว. ได้ริเริ่มแนวทางปรับเงินเดือนชดเชยให้พนักงานมหาวิทยาลัย 67,308 คน จากกว่า 110 สถาบัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับเงินเดือนข้าราชการก่อนหน้านี้ โดยตอนนี้เตรียมเสนอ ครม. แล้ว เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพไว้ในระบบอุดมศึกษา
ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โครงการ “CE-7 MATCH” ถือเป็นงานใหม่ที่สร้างความภูมิใจให้คนไทย เพราะเป็นครั้งแรกที่เราจะส่งอุปกรณ์วิจัยอวกาศฝีมือคนไทยไปโคจรรอบดวงจันทร์ร่วมกับยานของจีนในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งนอกจากจะยกระดับวงการอวกาศไทยแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยและวิศวกรไทยได้แสดงศักยภาพในเวทีโลก
มาดูฝั่งการขยายผลงานเดิมกันบ้าง แพลตฟอร์มรับแจ้งปัญหาเมืองอย่าง “Traffy Fondue” ได้ถูกนำมาสานต่อและขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 37 จังหวัด พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น การแจ้งเรื่องด้วยวิดีโอ หรือเมนูสำหรับคนตาบอด จนถึงตอนนี้ช่วยแก้ปัญหาจุกจิกในชีวิตประจำวันให้ประชาชนไปแล้วกว่า 1.9 ล้านเรื่อง
ทางด้านสาธารณสุข โครงการ “Digital Healthcare” ได้สานต่อระบบดูแลสุขภาพดิจิทัล เช่น การแพทย์ฉุกเฉิน และการเฝ้าระวังโรค ทำให้ประชาชนและผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้นกว่า 3.67 ล้านคน ผ่านหน่วยบริการปฐมภูมิหลายร้อยแห่ง
ปัญหาปากท้องก็เป็นเรื่องสำคัญ อว. ได้สานต่องานวิจัยสู่การปฏิบัติจริงผ่านแพลตฟอร์ม “แก้จนแม่นยำ” (PPAP) ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลกับยุทธศาสตร์จังหวัด ช่วยชี้เป้าและแก้ปัญหาความยากจนให้ชาวบ้าน 303,444 ครัวเรือน ใน 20 จังหวัด ได้อย่างตรงจุด
ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้ผ่านโครงการ “Local Enterprises” ที่เข้าไปสานต่อการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้กลายเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ ซึ่งผลลัพธ์คือเกิดการจ้างงานในพื้นที่กว่า 72,516 คน และสร้างรายได้เข้าชุมชนสูงถึง 9,448 ล้านบาทต่อปี
เรื่องภัยพิบัติอย่างน้ำท่วมน้ำแล้ง อว. ก็ไม่ทิ้ง โดยได้ขยายผลโครงการ “น้ำมั่นคง 10 จังหวัด” นำเทคโนโลยี Big Data และ IoT มาช่วยพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำ ช่วยลดความเสียหายให้ประชาชนและเกษตรกรกว่า 108,167 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 609 ล้านบาท
ปิดท้ายด้วยโครงการ “รถไฟไทยทำ” ที่สานต่องานวิจัยรถไฟโดยสารต้นแบบมาจนถึงขั้นเตรียมผลิตโบกี้เองในประเทศ จากเดิมที่ต้องนำเข้าทั้งหมด งานนี้ช่วยลดการขาดดุลและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทย โดยตั้งเป้าโตถึง 1,170% หรือแตะ 700 ล้านบาทในปี 2568
ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของการทำงานตลอด 90 วัน ที่นำวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม
บทความที่เกี่ยวข้อง