พรรคเพื่อไทยรับฟังข้อเสนอผลักดันร่าง พ.ร.บ.PRTR ย้ำความสำคัญของฐานข้อมูลกลางด้านมลพิษ
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย สำนักงานใหญ่ นายกฤช เอื้อวงศ์ กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนพรรค โดยมีนางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (Pollutant Release and Transfer Register: PRTR)
.
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายองค์กรเข้าร่วมนำเสนอ ได้แก่ นายอัมรินทร์ สายจันทร์ ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้ผลักดันร่างกฎหมาย PRTR และผู้แทนจากมูลนิธิบูรณนิเวศ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม และกรีนพีซ ประเทศไทย
.
ผู้แทนภาคประชาสังคมได้อธิบายถึงหลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ. PRTR ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบการรายงานข้อมูลการปล่อย การถือครอง และการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ โดยยึดหลัก “Right to Know” หรือสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถรับรู้และใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวร่วมกัน
.
นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่าร่างกฎหมาย PRTR ไม่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับอื่น เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่มีระบบฐานข้อมูลกลางที่รวบรวมข้อมูลการปลดปล่อยสารมลพิษจากสถานประกอบการรายแห่งอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถบูรณาการข้อมูล ใช้วางแผนเชิงป้องกัน ติดตามสถานการณ์ และเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส
.
ที่ประชุมยังได้อธิบายความแตกต่างระหว่างร่าง พ.ร.บ. PRTR กับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยระบุว่า EIA เป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินผลกระทบก่อนการดำเนินโครงการ ขณะที่ PRTR เป็นระบบรายงานข้อมูลการปลดปล่อยมลพิษจากการดำเนินงานจริงของสถานประกอบการ จึงถือเป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่คนละช่วงของวงจรการกำกับดูแล และช่วยเติมเต็มช่องว่างของกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในปัจจุบัน
.
ผู้แทนภาคประชาสังคมยังได้นำเสนอถึงประโยชน์ของกฎหมาย PRTR ที่จะเกิดขึ้นต่อภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และประชาชน ทั้งในด้านการยกระดับการบริหารจัดการมลพิษ การส่งเสริมความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการลงทุน พร้อมยกตัวอย่างว่าหลายประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้นำระบบ PRTR มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
.
ทั้งนี้ ผู้เสนอร่างกฎหมายระบุว่า ปัจจุบันร่างพระราชบัญญัติ PRTR อยู่ระหว่างรอการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในวาระแรกของรัฐสภาอีกครั้ง จึงได้เข้าพบพรรคเพื่อไทยเพื่อขอรับการสนับสนุน พร้อมทั้งได้หารือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ เพื่อผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้ได้รับการพิจารณาต่อไป
ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยกล่าวย้ำเห็นความสำคัญของกฎหมายสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งหารือกระบวนการทางกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งหารือถึงความซ้ำซ้อนของการรายงานมลพิษที่มีอยู่ในปัจจุบันหากกฎหมายดังกล่าวมีการบังคับใช้เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน
.
#พรรคเพื่อไทย #กฤชเอื้อวงศ์ #บุณยกรดำรงรัตน์ #PRTR
บทความที่เกี่ยวข้อง