รัฐบาลมอบอำนาจ ‘รองนายกฯ ยศชนัน’ แม่ทัพใหญ่สู้น้ำท่วมภาคเหนือ สั่งลุยชดเชยฉับไวไร้สำเนาเอกสาร เดินหน้า Single Command ระดมทุกกระทรวงฟื้นฟูเมืองเต็มสูบ
วันนี้ (23 ส.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร และตำรวจ เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวมอบนโยบายในช่วงหนึ่งของการประชุมว่า ได้มอบอำนาจเต็ม (Full Authority) จากคณะรัฐมนตรีให้แก่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ในการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยแบบเบ็ดเสร็จ ครอบคลุมตั้งแต่การมอบนโยบาย การสั่งการ และการอนุมัติงบประมาณ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานรับข้อสั่งการไปปฏิบัติอย่างเร่งด่วนทันที
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ระบุถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวว่า ประเทศไทยต้องสูญเสียงบประมาณเพื่อการเยียวยาอุทกภัยถึงปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท ดังนั้น จึงควรนำงบประมาณก้อนนี้ไปลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ แทนที่จะสูญเสียไปกับการฟื้นฟูเยียวยาเพียงอย่างเดียว พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณ ศ.ดร.ยศชนัน ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด
ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้กล่าวมอบนโยบาย โดยระบุว่า ต้องขอชื่นชมและขอบคุณภาวะผู้นำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ที่ช่วยให้การบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ที่ผ่านมาคณะทำงานได้ประชุมประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้งในช่วงเช้าและช่วงค่ำของทุกวัน ส่วนในช่วงกลางวันได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งเข้าฟื้นฟูพื้นที่วิกฤต นอกจากนี้ สำหรับสถานการณ์ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น สุโขทัยและเพชรบูรณ์ กรมประชาสัมพันธ์ได้เข้ามาทำหน้าที่สื่อสารและแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนอย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยก็ได้บูรณาการความช่วยเหลือเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ
ขณะที่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญในขณะนี้คือการฟื้นฟูพื้นที่เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 100% โดยเน้นย้ำว่าการล้างทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องระดมกำลังทำความสะอาดซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดและสุขอนามัยของประชาชน
สำหรับการเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จังหวัดน่านได้ดำเนินการภายใต้แนวคิด “เร็ว ถึงมือ และตรวจสอบได้” โดยเร่งประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพื่อให้สามารถใช้กลไกงบประมาณลงพื้นที่ได้ทันที
ในระยะแรก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือด้านการดำรงชีพเบื้องต้น ได้แก่ ค่าเครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องนอน ส่วนความเสียหายด้านที่อยู่อาศัยและเครื่องมือประกอบอาชีพ จะเร่งสำรวจเพื่ออนุมัติและจ่ายเงินเยียวยาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 กันยายน 2569
และเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด ได้มีการเน้นย้ำแนวทางการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน โดยลดขั้นตอนความยุ่งยากไม่ต้องถ่ายเอกสาร ในการยื่นขอรับความช่วยเหลือ เพื่อให้เงินเยียวยาส่งตรงถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงทีและบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันสถานการณ์
สำหรับการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่านดำเนินการภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์แบบ Single Command โดยระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการกู้ภัยและการอพยพ มีการระดมเรือกู้ภัยและเรือท้องแบน 166 ลำ เจ็ตสกีสมรรถนะสูงกว่า 40 ลำ รถกู้ภัยและรถพยาบาลฉุกเฉินยกสูงรวม 25 คัน พร้อมระบบสื่อสารสำรอง 90 เครื่อง และโดรนกู้ภัยช่วยลำเลียงเสบียง 7 ลำ มีการจัดตั้งศูนย์พักพิง 40 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับผู้อพยพได้ถึง 3,430 คน สำหรับการช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ ได้มีการแจกจ่ายอาหาร ถุงยังชีพ รวมถึงมีการตั้งโรงครัวพระราชทานที่ผลิตอาหารแจกจ่ายราษฎรที่ได้รับผลกระทบ
กระทรวงศึกษาธิการ ได้เร่งฟื้นฟูและทำความสะอาดสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบรวม 97 แห่ง (ในจำนวนนี้มีความเสียหาย 22 แห่ง) เพื่อให้พร้อมเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ พร้อมกันนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชน โดยจัดตั้ง “โรงครัวอาชีวะ” เพื่อดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ รวมถึงจัดตั้งศูนย์ Fix it Center ซึ่งเป็นการระดมกำลังครู นักเรียน และนักศึกษาอาชีวะ ลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูชุมชน พร้อมให้บริการตรวจซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเจ้าหน้าที่ 100 คน พร้อมเครื่องจักร รถบรรทุก และเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ รวมทั้งจัดเตรียมพื้นที่อพยพสัตว์ 51 แห่ง แจกจ่ายถุงยังชีพ อาหารสัตว์ และเตรียมฟื้นฟูบำบัดน้ำเสียในพื้นที่การเกษตร
ในส่วนของการดูแลกลุ่มเปราะบาง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เตรียมแผนลงพื้นที่ปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยที่เสียหายและจัดหาทุนกู้ยืมประกอบอาชีพให้กับครอบครัวกลุ่มเปราะบางหลังน้ำลด
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้จัดทีมเยียวยาจิตใจ 18 ทีม ลงพื้นที่ดูแลประชาชน 1,890 คน และทีมแพทย์เคลื่อนที่ 13 ทีมเพื่อตรวจรักษาและเฝ้าระวังโรค
นอกจากนี้ การฟื้นฟูยังได้รับการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์อย่างเต็มที่ โดยกระทรวงกลาโหมได้จัดส่งกำลังพล 690 นายพร้อมยานพาหนะและเรือ และจะมีการส่งกำลังพลเข้ามาเพิ่ม
ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสนับสนุนกำลังพล 485 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บินส่งเสบียง 20 เที่ยวบินเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ถูกตัดขาด กระทรวงมหาดไทย (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ส่งรถและเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ 59 รายการ
ทั้งนี้ การบูรณาการร่วมกันทั้งหมดภายใต้ ศูนย์บัญชาการ ของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ มุ่งเป้าเพื่อเร่งคืนสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
#เพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #น้ำท่วมน่าน #น้ำท่วมเหนือ
บทความที่เกี่ยวข้อง