‘วัชระพล’ นั่งประธานถก 29 หน่วยงาน เร่งตัดวงจรปลาหมอคางดำ เคาะใช้งบกลาง 350 ล้านบาท ลุยเขื่อนลำปาว-ช่วยผู้ได้รับผลกระทบ

วันที่ 16 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 29 หน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการกำลังและวางแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายวัชระพล กล่าวว่า ปัญหาปลาหมอคางดำถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยในปี 2567 รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ได้อนุมัติกรอบวงเงิน 450 ล้านบาท เพื่อใช้จัดการปัญหาดังกล่าว แต่ผ่านมา 2 ปี สถานการณ์แม้จะคลี่คลายลงบ้าง แต่ยังไม่ดีขึ้น และล่าสุดพบการแพร่ระบาดเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะบริเวณเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์

จากสถานการณ์ดังกล่าว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงลงนามแต่งตั้งผู้อำนวยการและคณะกรรมการศูนย์บริหารจัดการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ปลาหมอคางดำ เพื่อระดมความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการเร่งแก้ไขปัญหา

นายวัชระพล กล่าวว่า การประชุมนัดแรกเป็นการรับทราบสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหา รวมถึงการดำเนินงานที่ผ่านมา ก่อนกำหนดแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันและอนาคต โดยที่ประชุมเห็นว่า 7 มาตรการ ของกรมประมงที่เคยกำหนดไว้ยังสามารถนำมาใช้ได้ แต่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

เบื้องต้นกรมประมงเตรียมงบประมาณของหน่วยงานจำนวน 15 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเร่งด่วน โดยเฉพาะพื้นที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นชอบให้ 29 หน่วยงานร่วมกันใช้งบกลางที่คณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้ ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดคาดว่าจะมีวงเงินเหลือประมาณ 350 ล้านบาท โดยจะนำมาใช้ดำเนินงานภายใต้ 7 มาตรการ และปรับรายละเอียดการใช้งบประมาณให้เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“ตัวผมเองเข้ามาทำงาน ผมต้องการอย่างเดียวทำให้จบ ทำให้เร็ว ทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้เราจะไม่เลี้ยงไข้อีกต่อไป ยังไงก็ต้องจบ” นายวัชระพล กล่าว พร้อมระบุว่า แม้จะมีกรอบคำสั่งศาล 180 วัน แต่ภายใต้นโยบายของนายสุริยะ ได้กำชับให้เร่งดำเนินการทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบกำหนด

สำหรับสถานการณ์ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ประชุมมีความเป็นห่วง เนื่องจากเป็นเขื่อนขนาดใหญ่และมีเส้นทางน้ำเชื่อมโยงไปยังหลายจังหวัด โดยเฉพาะ จ.อุดรธานี จึงจำเป็นต้องพิจารณามาตรการตัดตอนการแพร่ระบาด เช่น การกั้นฝายหรือจัดทำเครื่องมือเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย โดยนายวัชระพลเตรียมลงพื้นที่ด้วยตนเองภายในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางดำเนินการ

ส่วนการบูรณาการกำลัง นายวัชระพลมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานงานกับทุกกรม โดยเฉพาะกรมชลประทาน ซึ่งมีเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับบริหารจัดการน้ำและสามารถสนับสนุนการตัดตอนวงจรการแพร่ระบาด ขณะที่กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ สามารถสนับสนุนกำลังพล ส่วนกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะใช้กลไกในระดับจังหวัด อำเภอ และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาสนับสนุนการทำงานของกรมประมง

นายวัชระพล กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอีกเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยจะปรับการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับ 7 มาตรการ และมุ่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด พร้อมลงพื้นที่เพื่อพิจารณาแนวทางดูแลและเยียวยาให้เหมาะสม

ขณะเดียวกัน การสื่อสารกับประชาชนจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากที่ผ่านมาอาจมีข้อจำกัดด้านการประชาสัมพันธ์ จึงขอความร่วมมือกรมประชาสัมพันธ์เข้ามาช่วยสร้างการรับรู้ โดยจะต้องมีการรายงานสถานการณ์อย่างน้อยทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน เพื่อให้ประชาชนทราบว่าการแพร่ระบาดใน 21 จังหวัดมีแนวโน้มลดลงหรือไม่

นายวัชระพล ย้ำว่า ปัญหาปลาหมอคางดำไม่เคยหายไป เพียงแต่การดำเนินการที่ผ่านมาอยู่ภายใต้งบประมาณที่จำกัด ทำให้ขาดความต่อเนื่อง ดังนั้น หาก 7 มาตรการได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ จะสามารถวางระบบการปฏิบัติการให้รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกำหนดกรอบแผนปฏิบัติการ 180 วัน พร้อมผู้รับผิดชอบและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามผลและเชื่อมโยงการใช้งบประมาณกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

สำหรับแนวทางจัดการปลาหมอคางดำ นายวัชระพล ระบุว่า หากจับได้สามารถนำไปกำจัดหรือใช้เป็นอาหารสัตว์น้ำทะเลได้ แต่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการเลี้ยงเพื่อการพาณิชย์หรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออาชีพของเกษตรกรและระบบนิเวศ โดยเป้าหมายคือควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในระดับที่จัดการได้และไม่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ส่วนกรณีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบใน จ.สมุทรสงคราม รวมกลุ่มยื่นฟ้องต่อศาล นายวัชระพล กล่าวว่า กรมประมงได้เรียกฝ่ายกฎหมายมาสืบสวนสอบสวนถึงสาเหตุของสถานการณ์ พร้อมศึกษารายละเอียดคำสั่งศาลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าจะไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล และจะเร่งดำเนินการให้มีความชัดเจนตามกรอบเวลา โดยเบื้องต้นภายใน 30 วันต้องเห็นผล 60 วันต้องเห็นผล และภายใน 180 วันต้องเห็นผลอย่างชัดเจน

ส่วนการตรวจสอบหาผู้กระทำผิด นายวัชระพล กล่าวว่า กรมประมงอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเฉพาะกรณีเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากปลาหมอคางดำไม่สามารถว่ายน้ำจากทะเลหรือชายฝั่งไปถึงเขื่อนได้ จึงต้องตรวจสอบว่ามีการนำพาหรือเคลื่อนย้ายปลาชนิดดังกล่าวเข้าสู่พื้นที่หรือไม่

“วันนี้ไม่ใช่เรื่องของกรมประมงอย่างเดียว หรือผมคนเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกหน่วยงาน หากได้รับความร่วมมือจากทั้ง 29 หน่วยงาน เชื่อว่าประสิทธิภาพจะเต็มที่และสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วที่สุด” นายวัชระพลกล่าว

#เพื่อไทย #วัชระพลขาวขำ #ปลาหมอคางดำ #เขื่อนลำปาว #วาระแห่งชาติ