‘คณะทำงานเพื่อไทย’ ยื่น กมธ.เกษตรฯ เร่งติดตาม 28 โครงการแหล่งน้ำภาคเหนือ ชี้ขั้นตอนขอใช้พื้นที่ป่าทำล่าช้า เสนอทำงานคู่ขนาน เร่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

วันที่ 16 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะทำงานติดตามปัญหาแหล่งน้ำภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย นำโดย นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อนายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ และนายนพพล ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขานุการ กมธ. เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบนพื้นที่สูงในเขตภาคเหนือ รวม 28 โครงการ ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร และแพร่ 

โดยมีผู้ร่วมคณะ ได้แก่ นางสาวณัคนางค์ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สส.สุโขทัย นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ อดีต สส.พิษณุโลก นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต สส.แพร่ นายวารุจ ศิริวัฒน์ อดีต สส.อุตรดิตถ์ และนายวราทิต ไชยนันทน์

นางสาวณัฐธิดา กล่าวว่า การยื่นติดตามครั้งนี้เน้นอยู่ 2 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือการติดตามสถานะโครงการอ่างเก็บน้ำและแหล่งกักเก็บน้ำบนพื้นที่สูงที่ยังล่าช้า โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งต้องผ่านการขออนุญาตใช้พื้นที่จากหลายหน่วยงาน รวมถึงกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เบื้องต้น ในบางโครงการ ทำให้หลายโครงการที่จำเป็นต่อประชาชนต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มก่อสร้างได้จริง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ วงเงินกว่า 6,545 ล้านบาท ที่ผ่านการศึกษา EIA มาตั้งแต่ปี 2565 แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ระหว่างขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ส่วนอีกเรื่องคือการเสนอให้ กมธ.พิจารณาแนวทางแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการ พร้อมปรับปรุงกระบวนการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้ทำงานคู่ขนานกันได้มากขึ้น โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการที่จำเป็นเดินหน้าได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

นางสาวณัฐธิดา กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในภาคเหนือตอนล่างต้องมองเป็นระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นรายพื้นที่ เพราะพื้นที่นี้เจอทั้งปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งสลับกันแทบทุกปี การเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำบนที่สูงจะช่วยชะลอการไหลของน้ำป่าก่อนลงสู่พื้นที่ราบ ลดความรุนแรงของน้ำท่วมในพื้นที่ด้านล่าง และยังเก็บน้ำไว้ใช้เพาะปลูกในหน้าแล้งได้อีกด้วย แต่ตราบใดที่ขั้นตอนขออนุญาตใช้พื้นที่ยังซับซ้อนและใช้เวลานาน ประโยชน์เหล่านี้ก็ยังไปไม่ถึงมือประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ คณะทำงานมองว่าการผลักดันเรื่องแหล่งน้ำครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวางระบบบริหารจัดการน้ำในระยะยาว การเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำบนพื้นที่สูง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าและที่ดินอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนและภาคการเกษตรได้ในระยะยาว

“หลังจากนี้ คณะทำงานจะติดตามความคืบหน้ากับ กมธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ปัญหาที่สะท้อนจากพื้นที่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นางสาวณัฐธิดากล่าว

#เพื่อไทย #ณัฐธิดาเทพสุทิน #บริหารจัดการน้ำ #น้ำท่วม #ภัยแล้ง