‘วรวงศ์ วรปัญญา’ สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วนทบทวนแผนจัดการน้ำ ชี้ ‘ท่วม-แล้ง’ ต้องแก้อย่างเป็นระบบ พร้อมดันแนวคิดสังคายนาระเบียบ-ปลดล็อกงบฯ และพิจารณาตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’ รับมือภัยพิบัติ

วันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมทั้งวางระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งเป็นเรื่องเดียวกันที่ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้

.

นายวรวงศ์ กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ว่า วิกฤตภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนของการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยพยายามผลักดันนโยบายการเกษตรแม่นยำ (Smart Farming) แต่กลับยังขาดการวางแผนกักเก็บมวลน้ำในช่วงอุทกภัยเพื่อนำมาใช้ในยามวิกฤตภัยแล้ง ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่

.

สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดลพบุรี นายวรวงศ์ระบุว่า จัดเป็น “พื้นที่กลางน้ำ” ที่ต้องรับมวลน้ำหลากจากพื้นที่ต้นน้ำก่อนจะระบายลงสู่ปลายน้ำ ซึ่งถือเป็นปัญหาระยะกลางที่ต้องการการวางแผนและเตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบ ขณะที่ปัญหาระยะสั้นคือการเร่งเยียวยาเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งแม้ภัยท่วมจะเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความเสียหายต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจกลับเรื้อรังยาวนาน

.

นอกจากนี้ สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ยังได้ชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารจัดการน้ำ โดยเปรียบเทียบเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่:

.

-ระบบเส้นเลือดใหญ่ (ระดับกระทรวง): ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำกระจายตัวอยู่ภายใต้หลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทำให้งบประมาณและการดำเนินโครงการขาดความยึดโยง จึงเสนอให้สภาฯ พิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง “กระทรวงน้ำ” เพื่อเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการนโยบายและงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรม

.

-ระบบเส้นเลือดฝอย (ระดับท้องถิ่น): องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบจ., เทศบาล และ อบต. ยังคงติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย แนวเขตอำนาจหน้าที่ และสิทธิ์ในที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเข้าซ่อมแซมหรือพัฒนาแหล่งน้ำได้อย่างทันท่วงที เปรียบเหมือน “การติดกระดุมเม็ดแรกผิด” ที่ต้องได้รับการแก้ไขทางกฎหมายอย่างเร่งด่วน

.

“เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงฟ้าฝนหรือสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือการปรับตัวและวางแผนรับมืออย่างแม่นยำ การเตือนภัยต้องรวดเร็วและตรงจุดเพื่อลดความสูญเสีย และที่สำคัญคือการจัดสรรงบประมาณที่ต้องมองการณ์ไกล ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องบริหารจัดการเปลี่ยนพื้นที่น้ำท่วมให้เป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อสู้ภัยแล้งในอนาคต” นายวรวงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

.

#พรรคเพื่อไทย #วรวงศ์วรปัญญา #อุทกภัย #น้ำท่วม #ประชุมสภา