‘จักรภพ เพ็ญแข’ สส.เพื่อไทย อภิปรายย้ำ ‘กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน’ ต้องไม่ใช่แค่เงินหมุนเวียนซื้ออุปกรณ์ แต่ต้องสร้าง ‘Emerging Skills’ รับโลกเปลี่ยน
นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมอภิปรายต่อรายงานผลการดำเนินงานของ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงข้อห่วงใยและการยกระดับคุณค่าของแรงงานไทย โดยกล่าวว่า จากประสบการณ์ที่เคยช่วยประชาสัมพันธ์งานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเมื่อ 20 กว่าปีก่อน จนถึงปัจจุบันที่กองทุนฯ มีอายุเกือบ 25 ปี พบว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงและยังไม่ประสบความสำเร็จคือ “การยกระดับความเข้าใจของสังคมต่อคำว่า ทักษะ (Skill)” สังคมไทยยังคงยึดติดและให้ความสำคัญกับค่านิยมการเรียนสูงๆ (Degree) หรือที่เรียกกันว่า “บ้าปริญญา” ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในไทยและทั่วโลกต่างเลี้ยงชีพด้วย “ทักษะฝีมือ” ของตนเองทั้งสิ้น
.
นายจักรภพ กล่าวยกตัวอย่างโมเดลในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน เช่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย มีหลักการบริหารเศรษฐกิจที่ใช้นานกว่า 30 ปี โดยแบ่งอาชีพเป็น 3 หมวด ได้แก่ สายบริหาร, สายวิชาการ และสายทักษะแรงงาน ซึ่งไม่ว่าใครจะเริ่มต้นอย่างไร ในที่สุดแล้วทั้ง 3 สายนี้จะไปจบที่ฐานเงินเดือนเดียวกัน เพราะประเทศเหล่านี้มองว่า “ทักษะมีค่าเท่ากับความรู้” กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจึงต้องทำหน้าที่ให้การศึกษาสังคม ให้ยอมรับว่าทักษะมีความสำคัญไม่แพ้ความรู้ เพื่อให้ทั้งคนที่เก่งสมองและเก่งการใช้มือปฏิบัติต่างมีคุณค่าในระบบเศรษฐกิจเท่าเทียมกัน หรือแม้แต่ในการประชุมสุดยอดด้านทักษะแรงงาน ณ ประเทศอินเดีย ได้มีการกำหนดกรอบความคิดหลัก 3 คำที่ไทยควรนำมาปรับใช้ ได้แก่คำว่า
.
-Scale (ขนาด): การบริหารจัดการทักษะให้ได้ปริมาณที่พอดี มารวมและพัฒนาไปพร้อมกันในแผนเดียว
.
-System (ระบบ): ฝึกทักษะเสร็จแล้วต้องมีระบบเชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตและการทำงานจริง
.
-Synergy (การบูรณาการ): การนำความสามารถหลากหลายด้านมารวมพลังกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
.
ดังนั้น สิ่งที่กองทุนฯ ควรจะต้องเร่งส่งเสริมคือ “Emerging Skills” หรือทักษะใหม่ๆ ที่โลกต้องการ เช่น ทักษะการดูแลผู้สูงอายุทางจิตวิทยา ตลอดจนการรับมือกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพราะกลุ่มแรงงานระดับฐานรากคือกลุ่มแรกที่จะได้รับผลกระทบและเสี่ยงตกงานสูงที่สุดหากไม่ได้รับการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskill)
.
“กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานต้องไม่อยู่ในสภาพเป็นเพียง กองทุนเพิ่มสภาพคล่อง หรือเน้นแค่การจัดซื้ออุปกรณ์และจัดหาสถานที่ไปวันๆ แต่ต้องกำหนดดัชนีชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจน คืนคุณค่าให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน และเตรียมคนไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อให้คุ้มค่ากับระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา” นายจักรภพ กล่าวในที่สุด
.
#พรรคเพื่อไทย #จักรภพเพ็ญแข #ประชุมสภา
บทความที่เกี่ยวข้อง