แจงสภา ‘ศูนย์การเรียนมาตรา 12’ เดินหน้าแก้กฎกระทรวง 6 ฉบับ ปลดล็อคปัญหาขออนุญาตล่าช้า

22 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของนางสาวณัฐยา บุญภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน แบบบัญชีรายชื่อ เรื่องฐานข้อมูลศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และปัญหาการขออนุญาตจัดตั้งศูนย์การเรียน ณ รัฐสภา โดยชี้แจงข้อมูลศูนย์การเรียนทั่วประเทศ 2,734 แห่ง ผู้เรียน 21,740 คน พร้อมเผยแผนยกร่างกฎกระทรวง 6 ฉบับ แก้ปัญหาขั้นตอนล่าช้าและตีความกฎหมายไม่ตรงกัน

.

นายอัครนันท์ ชี้แจงว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำรวจข้อมูลครอบครัวที่จัดการศึกษาแบบ Home school และศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ณ เดือนกรกฎาคม 2569 รวม 2,734 แห่ง มีผู้เรียน 21,740 คน ในจำนวนนี้เป็นศูนย์การเรียนที่เก็บค่าธรรมเนียม 86 แห่ง และไม่เก็บค่าธรรมเนียม 2,648 แห่ง

.

สำหรับศูนย์การเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอขอรับเงินอุดหนุนจากคณะรัฐมนตรี มี 122 แห่ง ผู้เรียน 11,208 คน แบ่งเป็นศูนย์การเรียนที่เก็บค่าธรรมเนียม 64 แห่ง และไม่เก็บค่าธรรมเนียม 58 แห่ง

ส่วนการเชื่อมโยงข้อมูลตามนโยบาย Thailand Zero Dropout กระทรวงศึกษาธิการเชื่อมข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลกับฐานข้อมูลผู้เรียนนอกระบบผ่านระบบศูนย์บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลการศึกษาแล้ว แต่ยังมีข้อมูลบางรายการไม่ครบถ้วน เนื่องจากโครงสร้างฐานข้อมูลของ สพฐ. แตกต่างจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีแผนปรับปรุงระบบให้เชื่อมโยงข้อมูลได้สมบูรณ์ภายในปีงบประมาณ 2570

.

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ปัญหาการขออนุญาตจัดตั้งศูนย์การเรียนมีทั้งการตีความกฎหมายต่างกัน ความเข้าใจเรื่องการจัดการศึกษาและการวัดผลไม่ตรงกัน ขั้นตอนพิจารณาที่ซ้ำซ้อนและล่าช้า รวมถึงเอกสารหรือคุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้งไม่ครบถ้วน ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเพื่อยกร่างและปรับปรุงกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 6 ฉบับ พร้อมเตรียมซักซ้อมความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเป็นแนวทางเดียวกัน หากศูนย์การเรียนใดยังไม่ได้รับอนุญาต หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการพร้อมรองรับผู้เรียนเข้าสู่ระบบการศึกษาตามความเหมาะสม 

.

#พรรคเพื่อไทย #อัครนันท์กัณณ์กิตตินันท์ #ศึกษาธิการ #ศูนย์การเรียนมาตรา12 #Homeschool #ZeroDropout #กฎกระทรวง #สพฐ