สส.เพื่อไทย ชำแหละรายงาน กปฐ.  จี้สะสางปัญหางบการเงิน-เร่งกระจายงบสู่ภูมิภาค พร้อมชงใช้ AI และดึงท้องถิ่นร่วมแก้ปัญหาอุบัติเหตุ

.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร สส.พรรคเพื่อไทย โดย นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สส. นครราชสีมา, นายธนรัช จงสุทธานามณี สส. เชียงราย, นายชนะวุธ อุทโท สส. กาฬสินธุ์, นายรวี เล็กอุทัย สส. อุตรดิตถ์ นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สส. บัญชีรายชื่อ, รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส. กาฬสินธุ์ ร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปฐ.) 

.

นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สส.นครราชสีมา เริ่มอภิปรายว่ากองทุนดังกล่าวมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการลดอุบัติเหตุและช่วยเหลือผู้พิการจากภัยบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรายงานพบประเด็นที่ต้องเร่งปรับปรุง 3 ด้านหลัก ได้แก่

.

-ความถูกต้องทางบัญชี: ขอให้หน่วยงานชี้แจงแนวทางการแก้ไขข้อท้วงติงของผู้สอบบัญชี และพัฒนาระบบควบคุมบัญชีให้โปร่งใส

.

-ความคุ้มค่าของการใช้จ่าย: ต้องติดตามว่าอุปกรณ์หรือความช่วยเหลือต่างๆ เช่น อุปกรณ์สำหรับผู้พิการ ได้ส่งตรงถึงมือผู้รับและเกิดประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่

.

-การกระจายงบประมาณ: เสนอให้เพิ่มการจัดสรรงบประมาณไปยังส่วนภูมิภาคและต่างจังหวัด เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถนำไปขับเคลื่อนโครงการลดอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

.

ขณะที่นายธนรัช จงสุทธานามณี สส.เชียงราย อภิปรายประเด็นความห่วงใยต่อสถานการณ์อุบัติเหตุในจังหวัดเชียงรายที่มีสถิติติดอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ แต่กลับพบว่าสัดส่วนงบประมาณของ กปฐ. ถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายในการบริหารและประชาสัมพันธ์เป็นหลัก ขณะที่งบช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือโครงการเชิงรุกยังมีสัดส่วนน้อยเกินไป ประกอบกับมีการส่งเงินคืนคลังกว่า 1,600 ล้านบาท สะท้อนว่าปัญหาไม่ใช่เงินไม่พอ แต่เป็นเพราะกระบวนการเบิกจ่ายเข้าถึงยาก ทั้งนี้ นายธนรัช จึงเสนอ 3 ข้อเสนอแนะหลัก ได้แก่

.

-ลดความยุ่งยากและสร้างเกณฑ์กลางให้ท้องถิ่นทั่วประเทศสามารถเข้าถึงงบกองทุนได้ง่ายขึ้น

.

-สนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์แก่เจ้าหน้าที่ด่านหน้าและอาสาสมัครกู้ภัยซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง

.

-เร่งปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยตั้งแต่วัยเรียน พร้อมทั้งค้นหามาตรการ “คาน งัด” ที่ใช้เงินน้อยแต่ได้ประสิทธิภาพสูงในการลดอุบัติเหตุ

.

ด้านนายชนะวุธ อุทโท สส.กาฬสินธุ์  อภิปรายสรุปสถานะของ กปฐ. ว่า กองทุนมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้รวมกว่า 1,000 ล้านบาท และจากโครงการที่ได้รับอนุมัติ 185 โครงการ กลับดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณเพียงร้อยละ 40.54 เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารโครงการที่ยังต้องเร่งรัด

.

นายชนะวุธ ได้เสนอข้อเสนอแนะ 3 ประการ โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษให้กองทุนพิจารณา “สนับสนุนมูลนิธิและอาสาสมัครกู้ภัย” ซึ่งเป็นด่านหน้ากลุ่มแรกที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุอุบัติเหตุ แต่ยังขาดแคลนเครื่องมือและยานพาหนะ พร้อมฝากให้กองทุนบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายอย่างรอบคอบ และมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชนบทให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึง

.

ส่วนนายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ อภิปรายเจาะลึกรายงานงบการเงินของ กปฐ. โดยตั้งข้อสังเกตว่า สินทรัพย์รวมและรายได้ของกองทุน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังพบปัญหาลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถค้างชำระและการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในจำนวนที่สูง

.

นายรวี ยังได้หยิบยกข้อท้วงติงต่อเนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งแต่ปี 2565-2567 เกี่ยวกับข้อบกพร่องในการควบคุมบัญชี และกรณีปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่กองทุนในส่วนภูมิภาค พร้อมจี้ให้กองทุนชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินคดี ติดตามเงินที่ขาดบัญชีคืน และยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว

.

ส่วนนางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สส.แบบบัญชีรายชื่อ อภิปรายถึงรายงานงบการเงินและการใช้จ่ายของ กปฐ.  โดยระบุว่า แม้กองทุนจะมีเจตนารมณ์ที่ดีในการลดอุบัติเหตุ แต่พบข้อสังเกตสำคัญในเรื่องการบริหารรายได้ที่ลดลงและการติดตามลูกหนี้ที่ยังค้างอยู่ในเกณฑ์สูง โดยนางสาวณัฐธิดา ได้เสนอแนวทางแก้ไข 3 ข้อ ได้แก่

.

-ปรับปรุงการประมาณการและจัดสรรงบประมาณให้สะท้อนการทำงานจริง พร้อมทบทวนทุกไตรมาส

.

-กำหนดตัวชี้วัด (KPI) และระบบติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของแต่ละโครงการอย่างจริงจัง เช่น การวัดอัตราการลดความเร็วหรือการสวมหมวกกันน็อกหน้าโรงเรียน และนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงและตรวจจับความผิดปกติของลูกหนี้

.

-ขยายบทบาทการใช้เงินกองทุนเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย เช่น การยกระดับการตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะติดก๊าซและรถรับส่งนักเรียนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

.

จากนั้น รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อรายงานของ สตง. ที่ปรากฏอยู่ในหน้าแรกของรายงาน กปฐ.  โดยระบุว่า รายงานดังกล่าวได้สะท้อนถึงความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน เช่น ปัญหาการจัดทำทะเบียนคุมหลักประกันการประมูลหมายเลขทะเบียนรถส่วนกลางที่ไม่ถูกต้องและมียอดติดลบสะสมต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 รวมถึงข้อสังเกตของ สตง. ที่ระบุว่ากระบวนการบริหารโครงการและการกำกับดูแลหน่วยงานภายนอกยังมีประสิทธิภาพค่อนข้างน้อย

.

รศ.ชูศักดิ์ ฝากเตือนไปยังผู้บริหารกองทุนว่า ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่สภาสะท้อนในวันนี้ จะต้องไม่ถูกปล่อยให้วนกลับมาปรากฏซ้ำอีกในรายงานปีถัดไป และเรียกร้องให้เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้โปร่งใสตรวจสอบได้

.

และสุดท้าย นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ อภิปรายสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและพฤติกรรม โดยระบุว่าแม้ประเทศไทยจะมีกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน แต่ปัญหา “วินัยจราจร” ของคนไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง มีการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรและกฎระเบียบอยู่เป็นประจำ

.

นายวิรัช เสนอให้ กปฐ. พิจารณาจัดสรรรายได้จากการประมูลเลขสวย โดยแบ่งเงินร้อยละ 50 กลับคืนให้จังหวัดนั้นๆ ได้มีงบประมาณในการบริหารจัดการและพัฒนาวินัยจราจรในพื้นที่ของตนเอง พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำงบกองทุนไปยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะและการจัดอบรมเยาวชนให้จริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

.

#พรรคเพื่อไทย #ประชุมสภา