‘จักรภพ-จาตุรนต์-ศ.สุชาติ’ สส.เพื่อไทย ร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ชี้ต้องเท่าทันเทคโนโลยี ป้องกันการเสียดุลการค้า และสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สส.พรรคเพื่อไทย โดย นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ และ ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมอภิปรายสนับสนุนหลักการ “ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” พร้อมเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อให้กฎหมายดังกล่าวไม่เพียงแต่วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ตามมาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ยังต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย คุ้มครองเหยื่อจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ป้องกันการผูกขาด และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) แข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)

.

โดยนายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายให้รัฐบาลได้เร่งปกป้องผู้ประกอบการไทย หวั่นกฎหมายอุ้มแต่ทุนต่างชาติ พร้อมเร่งรัดความเร็วในการระงับภัยไซเบอร์ โดยนายจักรภพ ได้มีความกังวลเรื่องดุลการค้าและแพลตฟอร์มต่างชาติว่าการออกกฎหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน หากไม่มีกระบวนการส่งเสริมแพลตฟอร์มและสินค้าของคนไทยควบคู่ไปด้วย จะกลายเป็นการออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์และคุ้มครองผู้ประกอบการต่างชาติเป็นหลัก ส่งผลให้ชาติอื่นร่ำรวยขึ้น แต่คนไทยกลับยากจนลง และเสียดุลการค้าซ้ำซ้อนเนื่องจากสินค้าบนแพลตฟอร์มส่วนใหญ่เป็นสินค้าต่างชาติ ดังนั้นต้องไม่ละเลยส่งเสริมสินค้าของคนไทย

.

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความเร็วในการตามล่าความผิดทางเทคโนโลยี ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีมีความรวดเร็วสูง ข้อมูลอาจหายไปจากจอได้ในพริบตา กฎหมายจึงต้องออกแบบกลไกความเร็วในการติดตามจับกุมและระงับความเสียหายให้ทันท่วงทีโดยไม่ชักช้า ระบบต้องสามารถช่วยเหลือเหยื่อจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว

.

ขณะเดียวกัน ก็อยากให้ไทยมีมาตรฐานสากลที่ชัดเจน และส่งเสริมสินค้าไทย ให้ได้มีโอกาสเติบโตในระดับประเทศ โดยเสนอให้ใช้มาตรฐานตาม UNCITRAL เป็นพื้นฐาน และนำพลังงานกับเวลาที่เหลือมาผลักดันแบรนด์และสินค้าไทยให้เข้าไปมีส่วนร่วมในตลาดอีคอมเมิร์ซระดับโลก

.

ด้านจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ได้อภิปรายหนุนวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล แต่งัดข้อเสนอแนะถึงรัฐบาล ต้องมี “Master Plan” ภาพรวมรองรับภัยคุกคามไซเบอร์ โดยนายจาตุรนต์ สนับสนุนการปรับปรุงกฎหมาย และเห็นชอบกับการปรับปรุง พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน รองรับสัญญาอัตโนมัติ ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนลดการใช้เอกสารกระดาษ

.

นอกจากนี้ ยังห่วงใยข้อจำกัดของกฎหมายและเรื่อง Data Security  เพราะเมื่อข้อมูลเข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะมีความเสี่ยงเรื่องช่องว่างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (เชื่อมโยงกับ PDPA) และการป้องกันสแกมเมอร์ ซึ่งตัว พ.ร.บ. ฉบับนี้เน้นวางกติกากลาง แต่อาจไม่เพียงพอในการป้องกันปัญหาไซเบอร์เซียวริตี้ (Cybersecurity) เฉพาะเจาะจง

.

“เสนอให้รัฐบาลเร่งจัดทำยุทธศาสตร์หรือ Master Plan สำหรับ Digital Economy ในภาพรวม ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน, Data Center, AI, การพัฒนาบุคลากร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้การแก้กฎหมายเป็นเพียงแค่การปรับนิยามพื้นฐานที่ล่าช้ากว่าโลก” นายจาตุรนต์ กล่าว

.

ส่วนทางด้าน ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ได้ชู 3 ยุทธศาสตร์หลัก ลดต้นทุนประชาชน ป้องกันการฉ่อโกง และเปิดกว้างให้ SME แข่งขันได้ในยุค AI ว่าในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต (Productivity) และขับเคลื่อน GDP ของประเทศให้เติบโตสูงขึ้น จึงมี 3 ข้อเสนอแนะหลักต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ

.

1.ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต: หน่วยงานภาครัฐต้องยอมรับเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน

.

2.คุ้มครองประชาชนจากภัยโจรกรรมข้อมูล: กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน, ระบบยืนยันตัวตนที่รัดกุม และกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหาย เยียวยาผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว ไม่ผลักภาระให้ประชาชนต้องรับเคราะห์

.

3.ป้องกันการผูกขาดและส่งเสริม SME: ป้องกันไม่ให้ตลาดถูกครอบงำโดยผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย โดยส่งเสริมระบบยืนยันตัวตนและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีต้นทุนต่ำและเป็นมาตรฐานแบบเปิด เพื่อให้รายย่อยแข่งขันได้

.

#พรรคเพื่อไทย #จักรภพเพ็ญแข #จาตุรนต์ฉายแสง #สุชาติธาดาธำรงเวช #ประชุมสภา