“จิรายุ” บอกมาช้ายังดีกว่าไม่มาขอบคุณกองทัพไทยตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ปชช.คลองสามวา ระบุรัฐบาลต้องทำเชิงรุกมอบของบรรเทาทุกข์ เหตุคนจนกลุ่มเขียวเหลืองกักตัวจำนวนมาก
มาช้ายังดีกว่าไม่มา “จิรายุ” ขอบคุณกองบช.กองทัพไทยส่ง 3 เหล่าลงประจำพื้นที่ช่วยบรรเทาทุกข์ให้ ประชาชน บ่นรัฐบาลทำอะไรก็ช้าไปหมดจนคนจะตายทั้งแผ่นดิน ชี้วันนี้กลุ่มคนจนติดเชื้อสีเขียวสีเหลืองกักตัวอยู่บ้าน รายได้ไม่มี ข้าวจะไม่มีกิน ยาหายาก เขาจะตายเพราะกักตัวกันหมดแล้ว แนะรัฐและ กทม.ต้องเดินเชิงรุก เร่งส่งถุงยังชีพพร้อมหน้ากาก เจลแอลกอฮอล์ อย่าปล่อยให้เขาทั้งเจ็บและจนตายคาบ้านมากไปกว่านี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตคลองสามวา กล่าวว่า วันนี้ตนขอขอบคุณไปยัง ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองทัพไทย ที่เริ่มเข้ามาตั้งศูนย์บรรเทาทุกข์ในพื้นที่เขตคลองสามวา ที่ถนนหทัยราษฏร์ใกล้ รร.โชคชัย โดยปฎิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมรถฉุกเฉินและแพทย์สนามของทหาร ซึ่งตนคิดว่าแม้จะมาช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา
โดยวันนี้ตนพร้อมกรรมการสภาวัฒนธรรม เขตคลองสามวา พร้อมกับ นาวาอากาศเอก ณัฐพัชร หนองแสง รองเสนาธิการ สำนักกองบัญชาการกองทัพไทย หัวหน้าชุด และ พันโทธิรุฒม์ สุวรรณมาศ รอง ผบ.พัน บก.ทท ได้จัดหน่วยทหารประจำการในพื้นที่ทั้งสามเหล่าทัพเพื่อลงพื้นที่และประสานงานและสนับสนุนการบรรเทาทุกข์ และการแก้ปัญหาผู้ป่วยโควิด โดยวันนี้ได้ร่วมกับตนนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ พร้อมแนะนำการประสานงานกับศูนย์นี้ให้กับผู้นำชุมชนในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินต้องการหน่วยพยาบาลเร่งด่วน ทั้งนี้ตนได้นำถังออกซิเจนจำนวนสองถังพร้อมหน้ากากอนามัย มอบให้ส่วนหน้าของ อพปร.เขตคลองสามวา เพื่อนำไปใช้ในการบรรเทาทุกข์ผู้ป่วย ที่มีมากขึ้นในพื้นที่
นายจิรายุกล่าวต่อไปว่าตนขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ว่าตอนนี้กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวมีจำนวนมากขึ้นและได้กักตัวในเคหะสถานของตนเอง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้มีรายได้น้อยกว่า 80% ที่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือในประเภทถุงยังชีพ แอลกอฮอล์หรือยาสามัญพื้นฐาน ซึ่งตนก็ได้ใช้เงินเดือนส่วนตัวทุกเดือนในการดำเนินการ และได้ประสานงานกับสภาวัฒนธรรมเขตคลองสามวาที่พอมีกำลัง ในการทยอยนำส่งมอบเป็นประจำทุกวันแต่เนื่องจากประชากรเขตคลองสามวามีมากกว่า 2.5 แสนคน และเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ยังมีความต้องการให้หน่วยงานราชการที่มีเครื่องไม้เครื่องมือ มีงบประมาณในการสนับสนุน การกักตัวของกลุ่มเขียว และเหลือง ในการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่กำลังทุกข์ยาก เพราะทุกวันนี้มีแต่องค์กรสาธารณะกุศล และเอกชนอื่นๆ ดำเนินการทำกันเอง ซึ่งตนถือว่ารัฐบาล และ กทม.ต้องทำงานให้มากกว่านี้ไม่ควรปล่อยให้ คนจน เจ็บ ตายคาบ้านอีกต่อไป นายจิรายุกล่าว
บทความที่เกี่ยวข้อง
‘เพื่อไทย’ ยื่นญัตติ ให้รัฐสภามีมติชง ครม. ก้าวแรกทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ
อ่านต่อ
10 ธ.ค. 68 เอกพร รักความสุข กรรมาธิการ(จากพรรคเพื่อไทย) ซึ่งสงวนความเห็นในมาตรา 256/2 อภิปรายระบุว่า ในมาตรา 256/1 มติของรัฐสภาไม่เห็นชอบให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เราต้องจำยอมให้มีระบบที่ออกแบบคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น 35 คน
อ่านต่อ